DIY DesignLINE @diydesign
กลับสู่เส้นเวลา

Era 13/14

โพสต์โมเดิร์นและเมมฟิส (Postmodern & Memphis)

ค.ศ. 1972–1989

ห้องเมมฟิสเต็มรูปแบบ สนุก จัดจ้าน และไม่จริงจังกับกฎเดิม

ที่มา: Wikimedia Commons ↗

Overview

ทำความรู้จักยุคนี้

พอถึงทศวรรษ 1970 คนรุ่นใหม่เริ่มเบื่อกฎ "น้อยแต่มาก" ของยุคโมเดิร์นที่ทุกอย่างเรียบ ขาว และเหมือนกันไปหมด นักออกแบบกลุ่มหนึ่งจึงลุกขึ้นมาบอกว่า "น้อยแล้วมันน่าเบื่อ" แล้วดึงสิ่งที่โมเดิร์นเคยห้ามกลับเข้าบ้านอีกครั้ง ทั้งสีจัดจ้าน ลวดลาย เสาโรมัน หน้าจั่ว และมุกตลกร้าย ยุคนี้ตรงกับเศรษฐกิจฟองสบู่ยุค 80 ที่ผู้คนมีเงินใช้ วัฒนธรรม MTV โฆษณา และห้างสรรพสินค้าเฟื่องฟู ดีไซน์จึงกลายเป็นเรื่องของความสนุกและการแสดงตัวตน ไฮไลต์อยู่ที่ปี 1981 ที่กลุ่ม Memphis จากมิลานเปิดตัวเฟอร์นิเจอร์สีสดที่ใช้ลามิเนตพลาสติกลายกราฟิก ทำเอาวงการตะลึงทั้งงาน คนรักก็รักสุดใจ คนเกลียดก็เกลียดเข้าไส้ แต่ไม่มีใครเมินเฉยได้ โพสต์โมเดิร์นจึงไม่ใช่แค่สไตล์ แต่คือการประกาศอิสรภาพว่าการออกแบบบ้านไม่จำเป็นต้องจริงจังเสมอไป

องค์ประกอบที่เป็นลายเซ็น

  • ลายเส้นขยุกขยิกขาว-ดำ (squiggle / Bacterio pattern)
  • สีสดปะทะกัน พาสเทลชนสีนีออน
  • ลามิเนตพลาสติกลายกราฟิก (Abet Laminati)
  • รูปทรงเรขาคณิตเล่นสนุก สามเหลี่ยม วงกลม ซิกแซก
  • เสาและหน้าจั่วอ้างอิงคลาสสิกแบบล้อเลียน (ironic columns)
  • เตอร์ราซโซเม็ดสีใหญ่ (chunky terrazzo)
  • การจับของแพงกับของถูกมาอยู่ในชิ้นเดียว
  • เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นประติมากรรมมากกว่าประโยชน์ใช้สอย

Architecture

สถาปัตยกรรมของยุค

Neue Staatsgalerie, สตุ๊ตการ์ต1984 · สตุ๊ตการ์ต เยอรมนีที่มา: Wikimedia Commons ↗

Neue Staatsgalerie

1984

ส่วนต่อขยายพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เมืองสตุ๊ตการ์ตของ James Stirling ที่จับผังพิพิธภัณฑ์คลาสสิกมาผสมกับราวจับสีชมพู-ฟ้าสดใส และก้อนหินที่จงใจทำให้ดูเหมือนหลุดร่วงจากผนัง เป็นการล้อความขรึมของสถาปัตยกรรมเก่าอย่างมีอารมณ์ขัน จนกลายเป็นอาคารโพสต์โมเดิร์นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดหลังหนึ่งของโลก

AT&T Building (ปัจจุบันคือ 550 Madison Avenue), นิวยอร์ก1984 · นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาที่มา: Wikimedia Commons ↗

AT&T Building (550 Madison Avenue)

1984

ตึกระฟ้าของ Philip Johnson ที่ช็อกวงการด้วยการวางยอดหินทรงหน้าจั่วเจาะวงกลมตรงกลาง จนถูกล้อว่าเหมือนหัวตู้เฟอร์นิเจอร์ Chippendale การเอาลวดลายเฟอร์นิเจอร์โบราณมาครอบตึกสำนักงานสูงระฟ้าคือคำประกาศดัง ๆ ว่ายุคกล่องกระจกเรียบเกลี้ยงได้จบลงแล้ว

Art

ศิลปะที่หล่อหลอมยุค

พรม Memphis โดย Nathalie Du Pasquier (1985)1985ที่มา: Wikimedia Commons ↗

ลายผ้าและกราฟิกของ Memphis

1980s

หัวใจของยุคนี้อยู่ที่ "พื้นผิว" Nathalie Du Pasquier สมาชิกสาวของกลุ่ม Memphis ออกแบบลายพรมและผ้าที่เต็มไปด้วยจุด เส้นซิกแซก และสีปะทะกันอย่างสนุก ลายเหล่านี้ถูกพิมพ์ลงบนลามิเนต ผ้า และวอลเปเปอร์ จนกลายเป็นภาษาภาพประจำทศวรรษ 1980 ที่เรายังเห็นซ้ำในแฟชั่นและกราฟิกจนถึงวันนี้

Interiors

ห้องและบรรยากาศของยุค

คอลเลกชัน Memphis ที่พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีสปารีส ฝรั่งเศสที่มา: Wikimedia Commons ↗
โต๊ะเครื่องแป้ง Plaza โดย Michael Graves (1981) — โพสต์โมเดิร์นสายเมมฟิสปารีส ฝรั่งเศสที่มา: Wikimedia Commons ↗

Icons

ผลงานไอคอนิกประจำยุค

Carlton Room Divider

1981

ชั้นวางชิ้นเอกของ Ettore Sottsass ที่ใช้ลามิเนตสีสดต่อกันเป็นรูปคนกางแขน ชั้นเอียงจนแทบวางของไม่ได้ เพราะเขาตั้งใจให้มันเป็นประติมากรรมสำหรับอยู่ร่วมบ้านมากกว่าเฟอร์นิเจอร์ใช้งาน และมันกลายเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม Memphis ทั้งกลุ่ม

Carlton Room Divider โดย Ettore Sottsass1981ที่มา: Wikimedia Commons ↗

Poltrona di Proust

1978

Alessandro Mendini หยิบเก้าอี้ทรงบาโรกเก่ามาลงมือทาสีเป็นจุดเล็ก ๆ ด้วยมือแบบภาพวาด Pointillism ทำให้เก้าอี้ราคาถูกกลายเป็นงานศิลปะ และตั้งคำถามเล่น ๆ ว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้ของชิ้นหนึ่งดูมีรสนิยม

Poltrona di Proust โดย Alessandro Mendini1978ที่มา: Wikimedia Commons ↗

Ultrafragola Mirror

1970

กระจกเงาทรงคลื่นเรืองแสงสีชมพูของ Ettore Sottsass ที่ออกแบบตั้งแต่ปี 1970 ล้ำหน้ายุคไปไกล วันนี้มันกลับมาเป็นของที่คนทั้งโลกตามหาผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะแสงนุ่ม ๆ รอบขอบกระจกทำให้ภาพเซลฟีดูสวยขึ้นอย่างน่าประหลาด

Ultrafragola Mirror โดย Ettore Sottsass1970ที่มา: Wikimedia Commons ↗

Designers

นักออกแบบคนสำคัญ

Ettore Sottsass

1917–2007

สถาปนิกผู้ก่อตั้งกลุ่ม Memphis และพลิกนิยามคำว่าดีไซน์ดี

สถาปนิกและนักออกแบบชาวอิตาลีผู้ก่อตั้งกลุ่ม Memphis ตอนอายุกว่า 60 ปี เขาเชื่อว่าเฟอร์นิเจอร์ไม่ได้มีไว้แค่ใช้งาน แต่ควรกระตุ้นอารมณ์และเล่าเรื่องได้เหมือนงานศิลปะ ก่อนหน้านั้นเขาออกแบบเครื่องพิมพ์ดีด Valentine สีแดงให้ Olivetti จนโด่งดังไปทั่วโลก งาน Memphis ของเขาจับลามิเนตราคาถูกมาชนกับรูปทรงสนุก ๆ และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังกล้าเล่นกับสีและลายมากขึ้น

  • Carlton Room Divider
  • Ultrafragola Mirror

Michael Graves

1934–2015

สถาปนิกผู้พาโพสต์โมเดิร์นจากแกลเลอรีสู่ครัวบ้านคนธรรมดา

สถาปนิกอเมริกันผู้พาสถาปัตยกรรมโพสต์โมเดิร์นเข้าสู่กระแสหลักด้วยอาคาร Portland Building ที่กล้าใช้สีและลายอ้างอิงคลาสสิกกลางเมืองที่เคยมีแต่ตึกกระจก แต่สิ่งที่ทำให้คนทั่วไปรู้จักเขาคือกาต้มน้ำนกหวีดของ Alessi และคอลเลกชันข้าวของเครื่องใช้ราคาย่อมเยาให้ห้าง Target ปลายยุค 90 เขาพิสูจน์ว่าดีไซน์ดีระดับสถาปนิกไม่จำเป็นต้องแพง และควรอยู่ในครัวของทุกบ้านได้จริง

  • Portland Building
  • กาต้มน้ำ Alessi 9093

Alessandro Mendini

1931–2019

นักคิดผู้ปูทางความคิดโพสต์โมเดิร์นให้ทั้งวงการ

นักออกแบบและนักคิดชาวอิตาลีผู้เชื่อว่าการออกแบบคือการวิพากษ์สังคม เขานำเก้าอี้เก่าธรรมดามาทาสีจุดเล็ก ๆ แบบภาพวาด Pointillism จนกลายเป็น Poltrona di Proust ที่เป็นทั้งงานศิลปะและคำล้อเลียนรสนิยมชนชั้นสูง ในฐานะบรรณาธิการนิตยสารดีไซน์และหัวเรือของสตูดิโอ Alchimia เขาปูทางความคิดให้กลุ่ม Memphis และออกแบบพิพิธภัณฑ์ Groninger ที่เนเธอร์แลนด์ให้ดูเหมือนกล่องของเล่นยักษ์

  • Poltrona di Proust
  • Groninger Museum

Notes

เกร็ดน่ารู้ของยุค

รู้หรือไม่?

ชื่อกลุ่ม Memphis มาจากเพลง Stuck Inside of Mobile with the Memphis Blues Again ของ Bob Dylan ที่เปิดวนซ้ำทั้งคืนในวันประชุมก่อตั้งกลุ่มเมื่อธันวาคม 1980 พวกเขาชอบคำนี้เพราะหมายถึงทั้งเมืองร็อกแอนด์โรลในสหรัฐฯ และเมืองหลวงเก่าของอียิปต์โบราณไปพร้อมกัน

รู้หรือไม่?

ห้องเมมฟิสในภาพเปิดของยุคนี้คือห้องของ Karl Lagerfeld ดีไซเนอร์แห่ง Chanel ที่หลงใหล Memphis ถึงขั้นตกแต่งอพาร์ตเมนต์ที่โมนาโกด้วยเฟอร์นิเจอร์กลุ่มนี้ทั้งห้อง ก่อนจะนำออกประมูลขายทั้งหมดในปี 1991

รู้หรือไม่?

Michael Graves ออกแบบข้าวของกว่าสองพันชิ้นให้ห้าง Target จนของดีไซน์ระดับสถาปนิกไปวางขายอยู่ข้างผงซักฟอก เป็นการพาโพสต์โมเดิร์นจากแกลเลอรีสู่บ้านคนธรรมดาอย่างแท้จริง

Thailand

ร่องรอยในเมืองไทย

ไทยเองก็มีสถาปัตยกรรมโพสต์โมเดิร์นที่โลกจดจำ นั่นคือตึกหุ่นยนต์ (Robot Building) ริมถนนสาทรที่ ดร. สุเมธ ชุมสาย ออกแบบให้ธนาคารเอเชียเมื่อปี พ.ศ. 2529 โดยตั้งใจล้อเลียนกล่องกระจกจริงจังของยุคโมเดิร์นด้วยหน้าตาหุ่นยนต์ที่มีน็อต ลูกตา และเสาอากาศ จนถูกยกเป็นหนึ่งในอาคารสำคัญของศตวรรษที่ 20 นอกจากนี้ห้างและอาคารพาณิชย์ยุค 2530 ทั่วกรุงเทพฯ ก็เต็มไปด้วยสีจัด เสาโรมันปลอม และลายเรขาคณิตแบบเมมฟิสที่หลายคนโตมากับมันโดยไม่รู้เลยว่านั่นคือโพสต์โมเดิร์น

สอบถามทาง LINE