DIY DesignLINE @diydesign
กลับสู่เส้นเวลา

Era 12/14

มิดเซนจูรีโมเดิร์น (Mid-Century Modern)

ค.ศ. 1945–1969

บ้านโมเดิร์นกลางธรรมชาติ — ผนังกระจกคือหัวใจของยุค

ที่มา: Wikimedia Commons

Overview

ทำความรู้จักยุคนี้

หลังสงครามโลกครั้งที่สองจบลง โลกตะวันตกเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟู ชนชั้นกลางขยายตัว บ้านชานเมืองผุดขึ้นนับล้านหลัง และทุกหลังต้องการเฟอร์นิเจอร์ราคาจับต้องได้ นักออกแบบยุคนี้จึงหยิบเทคโนโลยีจากโรงงานผลิตอาวุธ ทั้งไม้อัดดัดโค้ง ไฟเบอร์กลาส และอะลูมิเนียม มาผลิตเฟอร์นิเจอร์จำนวนมากที่ทั้งสวย เบา และถูกลงกว่าเดิมหลายเท่า ภายใต้ความเชื่อว่า "ดีไซน์ที่ดีต้องเข้าถึงคนทุกคน" เส้นสายจึงเรียบสะอาด ขาเฟอร์นิเจอร์เรียวลอยตัวเปิดพื้นให้ห้องดูโปร่ง ผนังกระจกเต็มบานลบเส้นแบ่งระหว่างบ้านกับสวน ส่วนสีอบอุ่นอย่างส้มอิฐ เหลืองมัสตาร์ด และเขียวมะกอกก็กลายเป็นลายเซ็นประจำยุค จนถึงวันนี้ Mid-Century Modern ยังเป็นสไตล์ที่คนทั่วโลกตามหามากที่สุดสไตล์หนึ่ง เพราะมันพิสูจน์มาแล้วกว่าเจ็ดสิบปีว่าความเรียบง่ายไม่มีวันตกยุค

องค์ประกอบที่เป็นลายเซ็น

  • ขาเฟอร์นิเจอร์เรียวสอบปลาย (tapered legs)
  • ไม้อัดดัดโค้งและไม้วอลนัท/สัก
  • ผนังกระจกเต็มบานเชื่อมบ้านกับสวน
  • สีมัสตาร์ด ส้มอิฐ เขียวมะกอก
  • พื้นหินขัด (terrazzo)
  • บล็อกช่องลม (breeze block)
  • โคมไฟทรงประติมากรรม เช่น Sputnik
  • แปลนเปิดโล่ง ครัวต่อเนื่องห้องนั่งเล่น

Architecture

สถาปัตยกรรมของยุค

Farnsworth House, Plano, Illinois1951 · อิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกาที่มา: Wikimedia Commons

Farnsworth House

1951

บ้านกระจกกลางทุ่งของ Mies van der Rohe ที่เหลือแค่พื้น หลังคา และเสาเหล็กสีขาว 8 ต้น ไร้ผนังทึบโดยสิ้นเชิง คือคำประกาศว่าสถาปัตยกรรมโมเดิร์นต้องการแค่ "น้อยแต่ครบ" และกลายเป็นแม่แบบของบ้านกระจกทั่วโลก

Eames House, Pacific Palisades1949 · แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาที่มา: Wikimedia Commons

Eames House (Case Study House No. 8)

1949

บ้านและสตูดิโอของ Charles และ Ray Eames ประกอบจากชิ้นส่วนเหล็กสำเร็จรูปที่สั่งจากแคตตาล็อกโรงงาน สร้างเสร็จในเวลาไม่กี่วัน พิสูจน์ว่าวัสดุอุตสาหกรรมราคาถูกก็สร้างบ้านที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยชีวิตได้

Art

ศิลปะที่หล่อหลอมยุค

โมบายล์ของ Alexander Calderที่มา: Wikimedia Commons

โมบายล์ของ Alexander Calder

1940s–1960s

ประติมากรรมแขวนที่เคลื่อนไหวตามลมของ Calder คือศิลปะคู่บ้านโมเดิร์น รูปทรงอิสระ (organic shape) แบบเดียวกันนี้ไหลเข้าไปอยู่ในโต๊ะ โคมไฟ และลายผ้าของยุคทั้งยุค

Interiors

ห้องและบรรยากาศของยุค

ห้องนั่งเล่นเปิดโล่ง หัวใจของบ้านยุคมิดเซนจูรีที่มา: Wikimedia Commons
ภายใน Eames House — โมเดิร์นที่อบอุ่นด้วยของรักของสะสมแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาที่มา: Wikimedia Commons
Conversation pit — หลุมนั่งเล่นสัญลักษณ์ความสนุกของยุคที่มา: Wikimedia Commons

Icons

ผลงานไอคอนิกประจำยุค

Eames Lounge Chair & Ottoman

1956

เก้าอี้ไม้อัดดัดโค้งบุหนังที่ Charles Eames ตั้งใจให้นั่งแล้วรู้สึกเหมือน "ถูกถุงมือเบสบอลใบเก่าโอบไว้" ผลิตต่อเนื่องมาเกือบ 70 ปีโดยแทบไม่เปลี่ยนแบบ และยังเป็นเก้าอี้ในฝันของคนรักดีไซน์ทั่วโลก

Eames Lounge Chair (670) & Ottoman (671)1956ที่มา: Wikimedia Commons

Noguchi Coffee Table

1947

โต๊ะกลางของ Isamu Noguchi ที่เกิดจากไม้โค้งสองชิ้นเหมือนกันทุกประการสอดขัดกัน รับกระจกสามเหลี่ยมมนหนึ่งแผ่น เรียบจนเหมือนไม่ได้ออกแบบ แต่คือประติมากรรมที่ใช้วางแก้วกาแฟได้

Noguchi Coffee Table (IN-50)1947ที่มา: Wikimedia Commons

Egg Chair

1958

Arne Jacobsen ปั้นเก้าอี้ทรงไข่นี้ในโรงรถของตัวเองด้วยปูนปลาสเตอร์ เพื่อล็อบบี้โรงแรม SAS Royal ในโคเปนเฮเกน ทรงโค้งโอบทั้งตัวสร้าง "ห้องส่วนตัว" กลางพื้นที่สาธารณะ — ไอเดียที่โรงแรมทั่วโลกยังลอกจนถึงวันนี้

Egg Chair โดย Arne Jacobsen1958ที่มา: Wikimedia Commons

Designers

นักออกแบบคนสำคัญ

Charles & Ray Eames

1907–1978 / 1912–1988

คู่สามีภรรยาที่ทำให้เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ดีราคาโรงงานเป็นเรื่องจริง

สองนักออกแบบจากลอสแอนเจลิสที่เชื่อว่า "ของดีที่สุดเพื่อคนมากที่สุดในราคาถูกที่สุด" คือหน้าที่ของนักออกแบบ ทั้งคู่พัฒนาเทคนิคดัดไม้อัดจากงานผลิตเฝือกให้กองทัพเรือ แล้วต่อยอดเป็นเก้าอี้ โต๊ะ และของเล่นนับร้อยชิ้น พร้อมทั้งถ่ายหนังสั้นและออกแบบนิทรรศการ จนกลายเป็นสตูดิโอออกแบบที่ทรงอิทธิพลที่สุดของศตวรรษที่ 20

  • Eames Lounge Chair
  • Eames House

Arne Jacobsen

1902–1971

สถาปนิกเดนมาร์กผู้ยกระดับ Scandinavian Modern สู่สายตาโลก

สถาปนิกที่ออกแบบทุกอย่างตั้งแต่ตัวอาคารยันช้อนส้อม ผลงานโรงแรม SAS Royal ที่โคเปนเฮเกนคือ "งานออกแบบเบ็ดเสร็จ" ที่เขาคุมเองหมดทั้งตึก เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ และลูกบิดประตู เก้าอี้ Egg, Swan และ Ant ของเขากลายเป็นทูตของดีไซน์เดนมาร์ก และยังผลิตขายจนถึงปัจจุบัน

  • Egg Chair
  • Ant Chair

Isamu Noguchi

1904–1988

ประติมากรที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างศิลปะกับเฟอร์นิเจอร์หายไป

ศิลปินลูกครึ่งญี่ปุ่น–อเมริกันที่มองว่าโต๊ะหนึ่งตัวก็เป็นประติมากรรมได้ งานของเขาผสมความนิ่งแบบสวนหินญี่ปุ่นเข้ากับรูปทรงอิสระแบบโมเดิร์น ตั้งแต่โต๊ะกระจก IN-50 โคมกระดาษ Akari ไปจนถึงสวนสาธารณะทั้งสวน ทำให้บ้านโมเดิร์นตะวันตกมีลมหายใจแบบตะวันออก

  • Noguchi Coffee Table
  • โคมไฟ Akari

Notes

เกร็ดน่ารู้ของยุค

รู้หรือไม่?

เทคนิคไม้อัดดัดโค้งอันเลื่องชื่อของ Eames ไม่ได้เกิดจากงานเฟอร์นิเจอร์ แต่เกิดจากเฝือกขา (leg splint) ที่ทั้งคู่ผลิตส่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

รู้หรือไม่?

คำว่า "Mid-Century Modern" เพิ่งถูกบัญญัติขึ้นในปี 1984 โดยนักเขียน Cara Greenberg — คนยุค 1950s ไม่เคยเรียกสไตล์ของตัวเองแบบนี้เลย

รู้หรือไม่?

Eames Lounge Chair เปิดตัวครั้งแรกไม่ใช่ในนิตยสารดีไซน์ แต่ในรายการโทรทัศน์สด NBC ปี 1956 — เป็นเฟอร์นิเจอร์รุ่นแรก ๆ ของโลกที่เดบิวต์ทางทีวี

Thailand

ร่องรอยในเมืองไทย

ไทยรับโมเดิร์นนิสม์เต็มตัวช่วงหลังสงครามเช่นกัน อาคารราชการ มหาวิทยาลัย และโรงภาพยนตร์ยุค พ.ศ. 2490–2510 จำนวนมากใช้เส้นสายเรียบ กันสาดคอนกรีตบางเฉียบ และบล็อกช่องลมที่กลายเป็นเอกลักษณ์เมืองร้อน ตัวอย่างที่คนไทยคุ้นตาที่สุดคือโรงภาพยนตร์สกาลาที่สยามสแควร์ ส่วนบ้านไม้สองชั้นยุคคุณปู่ที่มีเหล็กดัดลายเรขาคณิต พื้นหินขัด และช่องลมเหนือประตู ก็คือมิดเซนจูรีฉบับไทยแท้ที่หลายคนมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย

คุยกับ LUNA
ผู้ช่วย DIY DESIGN