Farnsworth House
1951
บ้านกระจกกลางทุ่งของ Mies van der Rohe ที่เหลือแค่พื้น หลังคา และเสาเหล็กสีขาว 8 ต้น ไร้ผนังทึบโดยสิ้นเชิง คือคำประกาศว่าสถาปัตยกรรมโมเดิร์นต้องการแค่ "น้อยแต่ครบ" และกลายเป็นแม่แบบของบ้านกระจกทั่วโลก
Era 12/14
ค.ศ. 1945–1969
บ้านโมเดิร์นกลางธรรมชาติ — ผนังกระจกคือหัวใจของยุค
Overview
หลังสงครามโลกครั้งที่สองจบลง โลกตะวันตกเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟู ชนชั้นกลางขยายตัว บ้านชานเมืองผุดขึ้นนับล้านหลัง และทุกหลังต้องการเฟอร์นิเจอร์ราคาจับต้องได้ นักออกแบบยุคนี้จึงหยิบเทคโนโลยีจากโรงงานผลิตอาวุธ ทั้งไม้อัดดัดโค้ง ไฟเบอร์กลาส และอะลูมิเนียม มาผลิตเฟอร์นิเจอร์จำนวนมากที่ทั้งสวย เบา และถูกลงกว่าเดิมหลายเท่า ภายใต้ความเชื่อว่า "ดีไซน์ที่ดีต้องเข้าถึงคนทุกคน" เส้นสายจึงเรียบสะอาด ขาเฟอร์นิเจอร์เรียวลอยตัวเปิดพื้นให้ห้องดูโปร่ง ผนังกระจกเต็มบานลบเส้นแบ่งระหว่างบ้านกับสวน ส่วนสีอบอุ่นอย่างส้มอิฐ เหลืองมัสตาร์ด และเขียวมะกอกก็กลายเป็นลายเซ็นประจำยุค จนถึงวันนี้ Mid-Century Modern ยังเป็นสไตล์ที่คนทั่วโลกตามหามากที่สุดสไตล์หนึ่ง เพราะมันพิสูจน์มาแล้วกว่าเจ็ดสิบปีว่าความเรียบง่ายไม่มีวันตกยุค
องค์ประกอบที่เป็นลายเซ็น
Architecture
1951
บ้านกระจกกลางทุ่งของ Mies van der Rohe ที่เหลือแค่พื้น หลังคา และเสาเหล็กสีขาว 8 ต้น ไร้ผนังทึบโดยสิ้นเชิง คือคำประกาศว่าสถาปัตยกรรมโมเดิร์นต้องการแค่ "น้อยแต่ครบ" และกลายเป็นแม่แบบของบ้านกระจกทั่วโลก
1949
บ้านและสตูดิโอของ Charles และ Ray Eames ประกอบจากชิ้นส่วนเหล็กสำเร็จรูปที่สั่งจากแคตตาล็อกโรงงาน สร้างเสร็จในเวลาไม่กี่วัน พิสูจน์ว่าวัสดุอุตสาหกรรมราคาถูกก็สร้างบ้านที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยชีวิตได้
Art
1940s–1960s
ประติมากรรมแขวนที่เคลื่อนไหวตามลมของ Calder คือศิลปะคู่บ้านโมเดิร์น รูปทรงอิสระ (organic shape) แบบเดียวกันนี้ไหลเข้าไปอยู่ในโต๊ะ โคมไฟ และลายผ้าของยุคทั้งยุค
Interiors
Icons
1956
เก้าอี้ไม้อัดดัดโค้งบุหนังที่ Charles Eames ตั้งใจให้นั่งแล้วรู้สึกเหมือน "ถูกถุงมือเบสบอลใบเก่าโอบไว้" ผลิตต่อเนื่องมาเกือบ 70 ปีโดยแทบไม่เปลี่ยนแบบ และยังเป็นเก้าอี้ในฝันของคนรักดีไซน์ทั่วโลก
1947
โต๊ะกลางของ Isamu Noguchi ที่เกิดจากไม้โค้งสองชิ้นเหมือนกันทุกประการสอดขัดกัน รับกระจกสามเหลี่ยมมนหนึ่งแผ่น เรียบจนเหมือนไม่ได้ออกแบบ แต่คือประติมากรรมที่ใช้วางแก้วกาแฟได้
1958
Arne Jacobsen ปั้นเก้าอี้ทรงไข่นี้ในโรงรถของตัวเองด้วยปูนปลาสเตอร์ เพื่อล็อบบี้โรงแรม SAS Royal ในโคเปนเฮเกน ทรงโค้งโอบทั้งตัวสร้าง "ห้องส่วนตัว" กลางพื้นที่สาธารณะ — ไอเดียที่โรงแรมทั่วโลกยังลอกจนถึงวันนี้
Designers
1907–1978 / 1912–1988
คู่สามีภรรยาที่ทำให้เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ดีราคาโรงงานเป็นเรื่องจริง
สองนักออกแบบจากลอสแอนเจลิสที่เชื่อว่า "ของดีที่สุดเพื่อคนมากที่สุดในราคาถูกที่สุด" คือหน้าที่ของนักออกแบบ ทั้งคู่พัฒนาเทคนิคดัดไม้อัดจากงานผลิตเฝือกให้กองทัพเรือ แล้วต่อยอดเป็นเก้าอี้ โต๊ะ และของเล่นนับร้อยชิ้น พร้อมทั้งถ่ายหนังสั้นและออกแบบนิทรรศการ จนกลายเป็นสตูดิโอออกแบบที่ทรงอิทธิพลที่สุดของศตวรรษที่ 20
1902–1971
สถาปนิกเดนมาร์กผู้ยกระดับ Scandinavian Modern สู่สายตาโลก
สถาปนิกที่ออกแบบทุกอย่างตั้งแต่ตัวอาคารยันช้อนส้อม ผลงานโรงแรม SAS Royal ที่โคเปนเฮเกนคือ "งานออกแบบเบ็ดเสร็จ" ที่เขาคุมเองหมดทั้งตึก เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ และลูกบิดประตู เก้าอี้ Egg, Swan และ Ant ของเขากลายเป็นทูตของดีไซน์เดนมาร์ก และยังผลิตขายจนถึงปัจจุบัน
1904–1988
ประติมากรที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างศิลปะกับเฟอร์นิเจอร์หายไป
ศิลปินลูกครึ่งญี่ปุ่น–อเมริกันที่มองว่าโต๊ะหนึ่งตัวก็เป็นประติมากรรมได้ งานของเขาผสมความนิ่งแบบสวนหินญี่ปุ่นเข้ากับรูปทรงอิสระแบบโมเดิร์น ตั้งแต่โต๊ะกระจก IN-50 โคมกระดาษ Akari ไปจนถึงสวนสาธารณะทั้งสวน ทำให้บ้านโมเดิร์นตะวันตกมีลมหายใจแบบตะวันออก
Notes
รู้หรือไม่?
เทคนิคไม้อัดดัดโค้งอันเลื่องชื่อของ Eames ไม่ได้เกิดจากงานเฟอร์นิเจอร์ แต่เกิดจากเฝือกขา (leg splint) ที่ทั้งคู่ผลิตส่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
รู้หรือไม่?
คำว่า "Mid-Century Modern" เพิ่งถูกบัญญัติขึ้นในปี 1984 โดยนักเขียน Cara Greenberg — คนยุค 1950s ไม่เคยเรียกสไตล์ของตัวเองแบบนี้เลย
รู้หรือไม่?
Eames Lounge Chair เปิดตัวครั้งแรกไม่ใช่ในนิตยสารดีไซน์ แต่ในรายการโทรทัศน์สด NBC ปี 1956 — เป็นเฟอร์นิเจอร์รุ่นแรก ๆ ของโลกที่เดบิวต์ทางทีวี
Thailand
ไทยรับโมเดิร์นนิสม์เต็มตัวช่วงหลังสงครามเช่นกัน อาคารราชการ มหาวิทยาลัย และโรงภาพยนตร์ยุค พ.ศ. 2490–2510 จำนวนมากใช้เส้นสายเรียบ กันสาดคอนกรีตบางเฉียบ และบล็อกช่องลมที่กลายเป็นเอกลักษณ์เมืองร้อน ตัวอย่างที่คนไทยคุ้นตาที่สุดคือโรงภาพยนตร์สกาลาที่สยามสแควร์ ส่วนบ้านไม้สองชั้นยุคคุณปู่ที่มีเหล็กดัดลายเรขาคณิต พื้นหินขัด และช่องลมเหนือประตู ก็คือมิดเซนจูรีฉบับไทยแท้ที่หลายคนมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย