DIY DesignLINE @diydesign
กลับสู่เส้นเวลา

Era 06/14

นีโอคลาสสิก (Neoclassicism)

กลางคริสต์ศตวรรษที่ 18–ต้น 19

ห้องสมุด Kenwood House กรุงลอนดอน — งานตกแต่งครบวงจรของ Robert Adam

ที่มา: Wikimedia Commons

Overview

ทำความรู้จักยุคนี้

กลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 นักโบราณคดีขุดพบเมืองปอมเปอีและเฮอร์คิวเลเนียมที่ถูกลาวาฝังไว้เกือบสองพันปี ทั้งยุโรปตื่นเต้นกับบ้านเรือน ข้าวของ และลายประดับของชาวโรมันโบราณที่โผล่ขึ้นมาทั้งเมือง ประจวบกับยุคแห่งเหตุผล (Enlightenment) ที่มองว่ารอคโคโคฟุ้งเฟ้อไร้แก่นสาร ผู้คนจึงหันกลับไปหาความสง่างามเรียบง่ายแบบกรีก-โรมัน ห้องยุคนี้จึงกลับมาสมมาตรเป๊ะ ขาเฟอร์นิเจอร์ตรงเรียวสอบ ประดับลายพวงมาลัย แจกัน และลายกรีก (Greek key) สีผนังเปลี่ยนเป็นโทนหินอ่อน ฟ้าอมเขียว และครีมนวล แทนสีพาสเทลหวานจัด ที่สำคัญคือช่างอย่าง Wedgwood เริ่มผลิตของประดับลายคลาสสิกจำนวนมากในราคาที่ชนชั้นกลางเอื้อมถึง ‘รสนิยมสูง’ จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวังอีกต่อไป และกลายเป็นรากฐานของงานตกแต่งแบบทางการมาจนถึงทุกวันนี้

องค์ประกอบที่เป็นลายเซ็น

  • ความสมมาตรเป๊ะทั้งห้อง (symmetry)
  • ขาเฟอร์นิเจอร์ตรงเรียวสอบร่องเสา (fluted tapered legs)
  • ลายคลาสสิก: พวงมาลัย แจกัน ลายกรีก (Greek key) ใบลอเรล
  • เสาและหัวเสาแบบกรีก-โรมัน (Doric / Ionic / Corinthian)
  • ปูนปั้นนูนต่ำสีขาวบนพื้นพาสเทล (Wedgwood-style relief)
  • สีหินอ่อน ครีม ฟ้าอมเขียว (celadon) และชมพูจาง
  • เพดานโดมและช่องแสงกลม (oculus / rotunda)
  • แจกันและรูปปั้นครึ่งตัวแบบโรมัน (classical busts & urns)

Architecture

สถาปัตยกรรมของยุค

แพนธีออน กรุงปารีส (1790)1790 · ปารีส ฝรั่งเศสที่มา: Wikimedia Commons

วิหารแพนธีออน กรุงปารีส (The Panthéon)

1790

ซูฟโลต์ออกแบบวิหารแพนธีออนกลางปารีสด้วยเสาคอรินเทียนสูงใหญ่และโดมมหึมา หยิบภาษาของวิหารกรีก-โรมันมาใช้อย่างเคร่งขรึม เดิมตั้งใจสร้างเป็นโบสถ์ แต่ภายหลังกลายเป็นสุสานของวีรบุรุษชาติฝรั่งเศส ความสง่างามหนักแน่นของมันคือนิยามของนีโอคลาสสิกที่ต้องการสื่อถึงคุณธรรมและความจริงจัง

Petit Trianon แวร์ซาย (1768)1768 · แวร์ซาย ฝรั่งเศสที่มา: Wikimedia Commons

ตำหนัก Petit Trianon แวร์ซาย

1768

ตำหนักหลังเล็กทรงลูกบาศก์ในสวนแวร์ซายที่กาบรีเอลออกแบบให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 สัดส่วนสมมาตรเป๊ะ เสาเรียบง่าย ไร้การประดับฟุ่มเฟือยแบบรอคโคโค ต่อมากลายเป็นที่โปรดของพระนางมารี อ็องตัวแน็ต ตำหนักเล็ก ๆ นี้คือจุดเริ่มต้นของรสนิยมคลาสสิกแบบสงบเรียบในฝรั่งเศส

Art

ศิลปะที่หล่อหลอมยุค

Oath of the Horatii (1784) โดย Jacques-Louis David1784ที่มา: Wikimedia Commons

Oath of the Horatii โดย Jacques-Louis David

1784

ภาพสามพี่น้องชาวโรมันชูมือสาบานตนต่อหน้าพ่อ เส้นสายคมชัด ฉากซุ้มโค้งเรียบ และท่าทางแข็งขึงราวรูปปั้น ดาวิดวาดภาพนี้เพื่อยกย่องความเสียสละและหน้าที่เหนือความรู้สึกส่วนตัว กลายเป็นเหมือนแถลงการณ์ของนีโอคลาสสิก และจุดไฟให้กับอุดมการณ์ก่อนการปฏิวัติฝรั่งเศส

Interiors

ห้องและบรรยากาศของยุค

ห้อง Etruscan ที่ Osterley Park — เอาลายจากโบราณคดีมาแต่งห้องลอนดอน อังกฤษที่มา: Wikimedia Commons
ห้องรับแขก Osterley Park โดย Robert Adamลอนดอน อังกฤษที่มา: Wikimedia Commons
ภายในปราสาท Malmaison — นีโอคลาสสิกยุค Empire ของนโปเลียนรูเอล-มัลเมซง ฝรั่งเศสที่มา: Wikimedia Commons
ห้องบรรทมที่ Petit Trianon — คลาสสิกเรียบสงบแบบราชสำนักแวร์ซาย ฝรั่งเศสที่มา: Wikimedia Commons

Icons

ผลงานไอคอนิกประจำยุค

แจกัน Portland โดย Wedgwood

ราว 1790

แจกัน Portland ฉบับที่ Wedgwood ทำเลียนแบบแจกันแก้วโรมันโบราณ ด้วยเนื้อดิน jasperware สีน้ำเงินเข้มประดับรูปนูนสีขาว งานชิ้นนี้ใช้เวลาลองผิดลองถูกถึงสี่ปีกว่าจะสำเร็จ และกลายเป็นสัญลักษณ์ว่าอุตสาหกรรมอังกฤษก็ผลิตงานคลาสสิกชั้นสูงได้ ไม่แพ้ช่างโบราณ

แจกัน Portland โดย Wedgwood (ราว 1790)ราว 1790ที่มา: Wikimedia Commons

เก้าอี้พนักทรงโล่ (Hepplewhite Shield-back Chair)

ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18

เก้าอี้พนักทรงโล่ (shield-back) สไตล์ Hepplewhite ขาเรียวตรงสอบปลาย พนักฉลุลายเบาโปร่ง เป็นเฟอร์นิเจอร์นีโอคลาสสิกแบบอังกฤษที่เน้นความสง่างามเบาสบายแทนความหนักอลังการ เก้าอี้แบบนี้ถูกตีพิมพ์ในหนังสือรวมแบบ จนช่างไม้ทั่วโลกลอกไปทำขายนับไม่ถ้วน

เก้าอี้ shield-back สไตล์ Hepplewhiteปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18ที่มา: Wikimedia Commons

Designers

นักออกแบบคนสำคัญ

Robert Adam

1728–1792

สถาปนิกผู้คิดว่าห้องหนึ่งห้องต้องออกแบบให้กลมกลืนทั้งหมด ตั้งแต่เพดานถึงมือจับประตู

สถาปนิกชาวสก็อตผู้เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการตกแต่งภายในไปตลอดกาล หลังไปศึกษาซากโรมันด้วยตาตัวเอง เขากลับมาอังกฤษพร้อมแนวคิดว่าห้องหนึ่งห้องต้องออกแบบให้กลมกลืนทั้งหมด ตั้งแต่เพดาน พรม เตาผิง ไปจนถึงมือจับประตู ผลงานอย่าง Syon House และ Osterley Park ทำให้ ‘Adam Style’ กลายเป็นมาตรฐานความสง่างามของบ้านผู้ดีอังกฤษ

  • Syon House
  • Osterley Park

Josiah Wedgwood

1730–1795

ช่างปั้นผู้เป็นทั้งศิลปินและนักการตลาด ทำให้ลายคลาสสิกเข้าถึงคนชั้นกลาง

ช่างปั้นชาวอังกฤษผู้เป็นทั้งศิลปินและนักธุรกิจ เขาคิดค้นเนื้อดิน jasperware สีฟ้าพาสเทลประดับรูปนูนสีขาวแบบคลาสสิก แล้วใช้ระบบโรงงานผลิตจำนวนมากจนคนชั้นกลางซื้อได้ Wedgwood ยังเป็นผู้บุกเบิกการตลาดสมัยใหม่ ทั้งแคตตาล็อก การรับประกันคืนเงิน และการใช้ราชสำนักเป็นพรีเซ็นเตอร์ ทำให้ลายคลาสสิกแพร่เข้าบ้านคนธรรมดาทั่วยุโรป

  • Jasperware สีฟ้า-ขาว
  • ชุดภาชนะ Queen's Ware

Thomas Sheraton

1751–1806

ครูสอนเขียนแบบที่แพร่รสนิยมนีโอคลาสสิกไปทั่วโลกผ่านหนังสือรวมแบบเฟอร์นิเจอร์

ช่างไม้และครูสอนเขียนแบบชาวอังกฤษที่แทบไม่ได้ทำเฟอร์นิเจอร์ขายเอง แต่กลับทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของยุคผ่านหนังสือรวมแบบเฟอร์นิเจอร์ที่เขาตีพิมพ์ ช่างไม้ทั่วอังกฤษและอเมริกาลอกแบบเก้าอี้พนักโปร่ง ขาเรียวตรง และเส้นสายเบาโปร่งของเขาไปทำขาย ทำให้รสนิยมนีโอคลาสสิกแบบเบาสง่าแพร่ไปถึงบ้านสามัญชนไกลถึงอีกฟากมหาสมุทร

  • หนังสือแบบ The Cabinet-Maker's Drawing-Book
  • เก้าอี้พนักโปร่งขาเรียว

Notes

เกร็ดน่ารู้ของยุค

รู้หรือไม่?

ต้นแบบของนีโอคลาสสิกไม่ได้มาจากตำรา แต่มาจาก ‘อุบัติเหตุทางโบราณคดี’ คนงานขุดบ่อน้ำที่เมืองเฮอร์คิวเลเนียมในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 บังเอิญเจอโรงละครโรมันที่ถูกลาวาฝังไว้ จุดชนวนให้ทั้งยุโรปคลั่งไคล้ของโบราณ

รู้หรือไม่?

กว่า Wedgwood จะทำสำเนาแจกัน Portland จากแก้วโรมันโบราณให้สำเร็จด้วยเนื้อดิน jasperware เขาใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่นานถึงสี่ปี

รู้หรือไม่?

สีฟ้าอ่อนนวลที่เราเรียกกันติดปากว่า ‘Wedgwood blue’ ทุกวันนี้ ตั้งชื่อตามโรงงานเครื่องปั้นแห่งนี้โดยตรง

Thailand

ร่องรอยในเมืองไทย

สไตล์คลาสสิกแบบตะวันตกเข้ามาเป็นภาษาทางการของสถาปัตยกรรมไทยอย่างเต็มตัวในสมัยรัชกาลที่ 5-6 ที่สยามเปิดรับความเป็นสากล พระที่นั่งอนันตสมาคมคือตัวอย่างที่ชัดที่สุด ด้วยโดมหินอ่อน เสาคอรินเทียน และหน้าจั่วสามเหลี่ยมแบบวิหารกรีก-โรมันแท้ ๆ เช่นเดียวกับวังเก่าหลายแห่งย่านเทเวศร์และดุสิตที่ประดับเสาโรมัน หน้าต่างโค้ง และปูนปั้นลายพวงมาลัย จนถึงวันนี้ อาคารราชการ ธนาคาร และศาลไทยจำนวนมากก็ยังหยิบเสาและหน้าจั่วคลาสสิกมาใช้ เพื่อสื่อถึงความมั่นคงและน่าเชื่อถือ เหมือนที่ยุโรปเคยใช้เมื่อสองร้อยปีก่อน

คุยกับ LUNA
ผู้ช่วย DIY DESIGN