DIY DesignLINE @diydesign
กลับสู่เส้นเวลา

Era 11/14

เบาเฮาส์และโมเดิร์นนิสม์ (Bauhaus & International Style)

ค.ศ. 1919–ทศวรรษ 1950

อาคารเบาเฮาส์ เดสเซา ออกแบบโดย Walter Gropius (1926)

ที่มา: Wikimedia Commons

Overview

ทำความรู้จักยุคนี้

ปี 1919 ที่เยอรมนีหลังสงครามพ่ายแพ้และบอบช้ำ สถาปนิกชื่อ Walter Gropius เปิดโรงเรียนออกแบบชื่อ "เบาเฮาส์" ด้วยความเชื่อที่ปฏิวัติวงการ นั่นคือศิลปิน ช่างฝีมือ และโรงงานอุตสาหกรรมไม่ควรแยกจากกัน นักออกแบบต้องเรียนรู้ที่จะสร้างของดีที่ผลิตด้วยเครื่องจักรจำนวนมากได้ เพื่อให้คนธรรมดาเข้าถึงข้าวของที่สวยและใช้งานดีในราคาถูก คำขวัญประจำยุคคือ "รูปทรงตามการใช้งาน" (form follows function) ทุกอย่างที่ไม่จำเป็นถูกตัดทิ้ง เหลือไว้แต่เส้นตรง วงกลม สี่เหลี่ยม และวัสดุที่ซื่อตรงอย่างเหล็ก กระจก และคอนกรีต เมื่อรัฐบาลนาซีสั่งปิดโรงเรียนในปี 1933 ครูเบาเฮาส์กระจายตัวหนีไปทั่วโลกโดยเฉพาะอเมริกา พาแนวคิดนี้ไปงอกเงยเป็น International Style ตึกกระจกทรงกล่องที่กลายเป็นหน้าตาของเมืองใหญ่ทุกเมืองบนโลกจนถึงวันนี้ ตึกออฟฟิศกระจกทุกหลังที่เราเห็น ล้วนสืบสายมาจากห้องเรียนเล็ก ๆ แห่งนี้

องค์ประกอบที่เป็นลายเซ็น

  • รูปทรงเรขาคณิตพื้นฐาน วงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม
  • รูปทรงตามการใช้งาน ตัดของประดับที่ไม่จำเป็นทิ้ง
  • ท่อเหล็กกลวงชุบโครเมียม (tubular steel)
  • ผนังกระจกเต็มบานและโครงเหล็กเปลือย
  • สีแม่สีแดง เหลือง น้ำเงิน ตัดกับขาว-ดำ-เทา
  • แปลนเปิดโล่งไหลต่อเนื่อง (open plan)
  • ตัวอักษรไร้เชิง (sans-serif) และการจัดหน้าแบบตาราง
  • ผนังปูนขาวเรียบและหลังคาแบน (flat roof)

Architecture

สถาปัตยกรรมของยุค

German Pavilion, บาร์เซโลนา โดย Mies van der Rohe1929 · บาร์เซโลนา สเปนที่มา: Wikimedia Commons

German Pavilion (Barcelona Pavilion)

1929

ศาลาที่ Mies van der Rohe สร้างให้เยอรมนีในงานเวิลด์แฟร์บาร์เซโลนา ไร้ผนังทึบและห้องปิดตาย เหลือแค่แผ่นหินอ่อน หินทราเวอร์ทีน และกระจกวางสลับกันให้พื้นที่ไหลต่อเนื่อง เป็นบทพิสูจน์วลี "less is more" ที่ชัดเจนที่สุด

Villa Savoye, ปัวซี โดย Le Corbusier1931 · ปัวซี ฝรั่งเศสที่มา: Wikimedia Commons

Villa Savoye

1931

บ้านกล่องสีขาวของ Le Corbusier ที่ยกลอยบนเสากลม (pilotis) เปิดใต้ถุนโล่ง หน้าต่างยาวเป็นแถบ และมีสวนบนหลังคา รวมทั้งห้าหลักสถาปัตยกรรมโมเดิร์นของเขาไว้ในหลังเดียว เขาเรียกบ้านว่า "เครื่องจักรสำหรับอยู่อาศัย"

Art

ศิลปะที่หล่อหลอมยุค

Composition II in Red, Blue, and Yellow (1930) โดย Piet Mondrian1930ที่มา: Wikimedia Commons

Composition โดย Piet Mondrian

1930

ภาพนามธรรมที่ Mondrian เหลือไว้แค่แม่สีแดง เหลือง น้ำเงิน ตัดด้วยเส้นดำและช่องขาว ไม่มีรูปคนหรือทิวทัศน์ใด ๆ ภาษาภาพเรียบสุดขั้วนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เรขาคณิตและการจัดหน้าของเบาเฮาส์ทั้งยุค

Interiors

ห้องและบรรยากาศของยุค

ห้องผู้อำนวยการเบาเฮาส์ (จำลองสภาพราวปี 1926)เดสเซา เยอรมนีที่มา: Wikimedia Commons
ห้องนั่งเล่น Villa Tugendhat โดย Mies van der Roheเบอร์โน สาธารณรัฐเช็กที่มา: Wikimedia Commons
ภายใน German Pavilion — พื้นที่ที่ไหลผ่านแผ่นหินและกระจกบาร์เซโลนา สเปนที่มา: Wikimedia Commons

Icons

ผลงานไอคอนิกประจำยุค

เก้าอี้ Wassily (B3)

1925

เก้าอี้ท่อเหล็กตัวแรกของโลกที่ Marcel Breuer คิดขึ้นตอนมองแฮนด์จักรยานของตัวเอง เขาดัดท่อเหล็กกลวงเป็นโครง แล้วขึงหนังเป็นที่นั่งและพนัก ทั้งเบา แข็งแรง และผลิตในโรงงานได้ กลายเป็นต้นแบบของเฟอร์นิเจอร์เหล็กสมัยใหม่ทั้งหมด

เก้าอี้ Wassily (B3) โดย Marcel Breuer1925ที่มา: Wikimedia Commons

เก้าอี้ Barcelona

1929

เก้าอี้ที่ Mies van der Rohe และ Lilly Reich ออกแบบเพื่อ German Pavilion ตั้งใจให้เป็นบัลลังก์รับกษัตริย์สเปน โครงเหล็กแบนโค้งไขว้กันรับเบาะหนังเย็บเป็นตาราง เรียบหรูจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของรสนิยมโมเดิร์นมาเกือบร้อยปี

เก้าอี้ Barcelona โดย Mies van der Rohe และ Lilly Reich1929ที่มา: Wikimedia Commons

เก้าอี้ท่อเหล็กทรงคานยื่น (Cantilever)

ทศวรรษ 1920

เก้าอี้ที่ใช้ความยืดหยุ่นของท่อเหล็กโค้งเป็นฐานตัว L แทนขาหลัง ทำให้นั่งแล้วเด้งรับน้ำหนักได้เบา ๆ เป็นนวัตกรรมที่ Mart Stam, Mies และ Breuer ต่างพัฒนาในเวลาไล่เลี่ยกัน และยังเป็นแม่แบบเก้าอี้สำนักงานจนถึงทุกวันนี้

เก้าอี้ท่อเหล็กทรงคานยื่น (MR) และโต๊ะ B10ทศวรรษ 1920ที่มา: Wikimedia Commons

Designers

นักออกแบบคนสำคัญ

Walter Gropius

1883–1969

สถาปนิกผู้ก่อตั้งเบาเฮาส์ และวางรากฐานการสอนออกแบบสมัยใหม่

สถาปนิกชาวเยอรมันผู้ก่อตั้งโรงเรียนเบาเฮาส์ในปี 1919 และเขียนแถลงการณ์ว่าเป้าหมายสูงสุดของงานสร้างสรรค์ทั้งหมดคือ "อาคาร" ที่รวมศิลปะทุกแขนงไว้ด้วยกัน เขาออกแบบตัวอาคารเบาเฮาส์ที่เมืองเดสเซาเองในปี 1926 ด้วยผนังกระจกโปร่งทั้งด้าน เผยให้เห็นกิจกรรมข้างในเหมือนโชว์เครื่องจักรของโรงงาน หลังหนีนาซีไปอเมริกา โกรเปียสไปเป็นคณบดีคณะสถาปัตย์ที่ฮาร์วาร์ด และปั้นสถาปนิกอเมริกันรุ่นใหม่ทั้งรุ่นให้เชื่อในดีไซน์แบบโมเดิร์น

  • อาคารเบาเฮาส์ เดสเซา
  • โรงงาน Fagus

Ludwig Mies van der Rohe

1886–1969

ผู้อำนวยการคนสุดท้ายของเบาเฮาส์ และเจ้าของวลี less is more

สถาปนิกชาวเยอรมัน–อเมริกัน ผู้อำนวยการคนสุดท้ายของเบาเฮาส์ และเจ้าของวลีอมตะ "less is more" (ยิ่งน้อยยิ่งได้มาก) เขาลดสถาปัตยกรรมให้เหลือแค่โครงเหล็ก กระจกใส และพื้นที่ว่างที่ไหลต่อเนื่อง German Pavilion ที่บาร์เซโลนาและตึกกระจก Seagram ในนิวยอร์กของเขา กลายเป็นต้นแบบของตึกระฟ้ากระจกทั่วโลก เก้าอี้ Barcelona ที่เขาออกแบบร่วมกับ Lilly Reich ยังเป็นสัญลักษณ์ของรสนิยมโมเดิร์นจนถึงทุกวันนี้

  • German Pavilion
  • Seagram Building

Marcel Breuer

1902–1981

ผู้คิดเก้าอี้ท่อเหล็กตัวแรกของโลก

ลูกศิษย์เบาเฮาส์ชาวฮังการีที่กลายมาเป็นอาจารย์ตั้งแต่อายุยังน้อย วันหนึ่งขณะปั่นจักรยาน เขามองแฮนด์เหล็กกลวงแล้วเกิดไอเดียว่า ถ้าดัดท่อเหล็กแบบนี้มาทำเก้าอี้ก็คงเบาและแข็งแรง จนได้เก้าอี้ Wassily เก้าอี้ท่อเหล็กตัวแรกของโลกในปี 1925 ต่อมาเขาพัฒนาเก้าอี้ท่อเหล็กทรงคานยื่นที่นั่งแล้วเด้งได้โดยไม่ต้องมีขาหลัง หลังย้ายไปอเมริกา บรอยเออร์ยังออกแบบอาคารสำคัญอย่างพิพิธภัณฑ์ Whitney ในนิวยอร์ก และเป็นสะพานเชื่อมดีไซน์เบาเฮาส์เข้าสู่โลกสมัยใหม่

  • เก้าอี้ Wassily
  • เก้าอี้ Cesca

Notes

เกร็ดน่ารู้ของยุค

รู้หรือไม่?

เบาเฮาส์เปิดสอนอยู่เพียง 14 ปี (1919–1933) และย้ายที่ตั้งถึงสามเมืองคือไวมาร์ เดสเซา และเบอร์ลิน ก่อนถูกนาซีสั่งปิด แต่กลับกลายเป็นโรงเรียนออกแบบที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์

รู้หรือไม่?

ผู้หญิงที่มาเรียนเบาเฮาส์ถูกผลักให้ไปเรียนแผนกทอผ้าเกือบทั้งหมด เพราะยุคนั้นมองว่าไม่เหมาะกับงานสถาปัตย์ แต่แผนกทอผ้ากลับผลิตงานสิ่งทอที่ล้ำสมัยและทำเงินให้โรงเรียนได้มากที่สุด

รู้หรือไม่?

เก้าอี้ Wassily ไม่ได้ตั้งชื่อตามผู้ออกแบบ แต่ตั้งตามจิตรกร Wassily Kandinsky เพื่อนร่วมสอนที่เบาเฮาส์ซึ่งชอบเก้าอี้ตัวนี้มาก และชื่อนี้เพิ่งถูกตั้งตอนนำกลับมาผลิตใหม่ในทศวรรษ 1960 ไม่ใช่ชื่อดั้งเดิม

Thailand

ร่องรอยในเมืองไทย

แนวคิดโมเดิร์นนิสม์แบบเบาเฮาส์เดินทางมาถึงไทยผ่านสถาปนิกรุ่นบุกเบิกที่ไปร่ำเรียนจากยุโรปและอเมริกาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ในไทยเริ่มสอนหลักการ "รูปทรงตามการใช้งาน" อาคารราชการ ธนาคาร และตึกออฟฟิศยุค พ.ศ. 2500 เป็นต้นมาจึงเปลี่ยนจากลายปูนปั้นมาเป็นกล่องคอนกรีตเรียบ ผนังกระจก และเสาลอยยกใต้ถุนโล่งแบบ Le Corbusier ทุกวันนี้ตึกกระจกทรงกล่องที่เรียงรายอยู่ตามถนนสีลมและสาทร ก็คือลูกหลานสายตรงของ International Style ที่ถือกำเนิดในห้องเรียนเบาเฮาส์เมื่อร้อยปีก่อนนั่นเอง

คุยกับ LUNA
ผู้ช่วย DIY DESIGN