DIY DesignLINE @diydesign
กลับสู่เส้นเวลา

Era 03/14

โกธิกและยุคกลาง (Gothic & Medieval)

คริสต์ศตวรรษที่ 12–15

โบสถ์แซ็งต์-ชาแปล กรุงปารีส — ผนังหายไปกลายเป็นกระจกสีทั้งห้อง

ที่มา: Wikimedia Commons

Overview

ทำความรู้จักยุคนี้

ยุคกลางคือยุคที่ศาสนาครองทุกลมหายใจของผู้คน และงานออกแบบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจึงทุ่มไปที่โบสถ์ ช่วงต้นสถาปัตยกรรมยังหนาทึบมืดทึม ผนังหนาเพื่อรับน้ำหนักหลังคา ช่องหน้าต่างจึงเล็กและในโบสถ์มืดสลัว จนกระทั่งช่างยุคโกธิกค้นพบสามสิ่งที่พลิกโลก คือซุ้มโค้งแหลม โครงหลังคาซี่โครง และค้ำยันปีกนอกอาคาร ทั้งสามอย่างช่วยถ่ายน้ำหนักลงจุดเฉพาะ ทำให้ผนังไม่ต้องรับน้ำหนักอีกต่อไป ผนังทึบจึงถูกแทนที่ด้วยกระจกสีบานมหึมา แสงสีอัญมณีสาดเข้ามาราวกับสวรรค์ลงมาสัมผัสโลก ส่วนชีวิตของคนทั่วไปหมุนรอบปราสาทและคฤหาสน์ ที่มีห้องโถงใหญ่เป็นหัวใจ ใช้กินเลี้ยง ต้อนรับ และนอนรวมกัน เฟอร์นิเจอร์ยังน้อยชิ้นแต่แข็งแรงและแกะสลักลวดลาย ผ้าทอแขวนผนังทำหน้าที่ทั้งกันหนาวและอวดฐานะ นี่คือยุคที่งานช่างฝีมือของกิลด์รุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์ยุโรป

องค์ประกอบที่เป็นลายเซ็น

  • ซุ้มโค้งแหลม (pointed arch)
  • โครงหลังคาโค้งซี่โครง (rib vault)
  • ค้ำยันปีกนอกอาคาร (flying buttress)
  • กระจกสีบานใหญ่และหน้าต่างกุหลาบ (stained glass & rose window)
  • ลวดลายฉลุหินและลายกลีบสามแฉก (tracery & trefoil)
  • ผ้าทอแขวนผนังกันหนาวและอวดฐานะ (tapestry)
  • เฟอร์นิเจอร์ไม้โอ๊กแกะสลักโครงหนา เช่น หีบและม้านั่งยาว
  • โถงกินเลี้ยงเพดานโครงไม้เปิดเผย (great hall)

Architecture

สถาปัตยกรรมของยุค

มหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีสค.ศ. 1163–1345 · ปารีส ฝรั่งเศสที่มา: Wikimedia Commons

มหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส

ค.ศ. 1163–1345

มหาวิหารโกธิกที่โด่งดังที่สุดในโลก หน้าจั่วสมมาตรสองหอคอย หน้าต่างกุหลาบขนาดยักษ์ และค้ำยันปีกที่โอบรอบตัวอาคารด้านหลัง แสดงโครงสร้างโกธิกอย่างครบถ้วน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีสและงานโกธิกทั้งมวล

มหาวิหารโคโลญ ประเทศเยอรมนีค.ศ. 1248–1880 · โคโลญ เยอรมนีที่มา: Wikimedia Commons

มหาวิหารโคโลญ

ค.ศ. 1248–1880

มหาวิหารโกธิกที่ก่อสร้างยาวนานกว่าหกร้อยปี สองหอคอยแหลมสูงกว่า 157 เมตร เคยเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลก ทุกตารางนิ้วของหน้าจั่วเต็มไปด้วยยอดแหลมและลวดลายฉลุหิน คือความหมกมุ่นในการดึงสายตาคนขึ้นสู่เบื้องบน

Art

ศิลปะที่หล่อหลอมยุค

หน้าต่างกุหลาบด้านเหนือ น็อทร์-ดามแห่งปารีสราว ค.ศ. 1250 · ปารีส ฝรั่งเศสที่มา: Wikimedia Commons

หน้าต่างกุหลาบด้านเหนือ น็อทร์-ดาม

ราว ค.ศ. 1250

หน้าต่างกลมเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 13 เมตร ประกอบกระจกสีนับพันชิ้นเป็นดอกกุหลาบเบ่งบานรอบพระแม่มารี ช่างยุคกลางใช้กระจกสีแทนภาพวาด เพื่อเล่าเรื่องศาสนาให้คนที่อ่านหนังสือไม่ออกเข้าใจได้ด้วยแสงและสี

Interiors

ห้องและบรรยากาศของยุค

โถงกลางมหาวิหารชาร์ตร์ — เพดานโค้งซี่โครงยกสายตาขึ้นสู่ฟ้าชาร์ตร์ ฝรั่งเศสที่มา: Wikimedia Commons
ห้องโถงใหญ่ปราสาทสโตกเซย์ อังกฤษ — หัวใจของบ้านยุคกลางชรอปเชียร์ อังกฤษที่มา: Wikimedia Commons
ห้องโถงใหญ่ปราสาทวินเชสเตอร์ — ที่แขวนโต๊ะกลมในตำนานกษัตริย์อาเธอร์วินเชสเตอร์ อังกฤษที่มา: Wikimedia Commons

Icons

ผลงานไอคอนิกประจำยุค

ผ้าทอ La Dame à la licorne (สตรีกับยูนิคอร์น)

ราว ค.ศ. 1500

ชุดผ้าทอหกผืนเล่าเรื่องผัสสะทั้งห้าและความปรารถนา พื้นแดงชาดโรยดอกไม้และสัตว์เล็ก ๆ เต็มผืนแบบ mille-fleurs หญิงสาวยืนกับสิงโตและยูนิคอร์น คือสุดยอดงานผ้าทอยุคกลางที่ทำหน้าที่ทั้งของตกแต่งและฉนวนกันหนาวให้ห้องหิน

ผ้าทอสตรีกับยูนิคอร์น ผืน Mon seul désir พิพิธภัณฑ์คลูนีราว ค.ศ. 1500 · พิพิธภัณฑ์คลูนี ปารีสที่มา: Wikimedia Commons

หีบไม้โอ๊กแกะสลักสไตล์โกธิก

คริสต์ศตวรรษที่ 15

หีบคือเฟอร์นิเจอร์ที่สำคัญที่สุดของยุคกลาง ใช้ทั้งเก็บของ นั่ง และเป็นเตียง หน้าหีบแกะลายฉลุซุ้มโค้งแหลมและกลีบสามแฉกเหมือนย่อส่วนหน้าต่างโบสถ์มาไว้บนไม้ ครอบครัวมั่งมีจะขนหีบติดตัวเวลาย้ายปราสาท

หีบไม้โอ๊กแกะสลักสไตล์โกธิกคริสต์ศตวรรษที่ 15ที่มา: Wikimedia Commons

หนังสือชั่วโมง Très Riches Heures หน้าเดือนมกราคม

ราว ค.ศ. 1412–1416

หนังสือสวดที่วิจิตรที่สุดในโลก วาดด้วยมือลงบนหนังสัตว์ ใช้ทองคำเปลวและสีน้ำเงินลาพิสราคาแพงกว่าทอง หน้าเดือนมกราคมเผยภาพงานเลี้ยงในห้องโถง ทั้งผ้าทอ เตาผิง และการจัดโต๊ะ กลายเป็นหลักฐานล้ำค่าว่าคนยุคกลางตกแต่งและใช้ห้องกันอย่างไร

Très Riches Heures หน้าเดือนมกราคมราว ค.ศ. 1412–1416ที่มา: Wikimedia Commons

Designers

นักออกแบบคนสำคัญ

อธิการซูเฌร์ (Abbot Suger)

ราว ค.ศ. 1081–1151

ผู้จุดประกายสถาปัตยกรรมโกธิกขึ้นเป็นครั้งแรกที่โบสถ์แซ็งต์-เดอนี

เจ้าอาวาสแห่งอารามแซ็งต์-เดอนีใกล้ปารีส ผู้เชื่อว่าแสงสว่างคือทางเข้าสู่พระเจ้า เขาสั่งบูรณะโบสถ์ด้วยแนวคิดใหม่ ให้ผนังบางลงและเปิดช่องกระจกสีให้ใหญ่ที่สุด จนแสงสาดเต็มโบสถ์เป็นครั้งแรก งานนี้กลายเป็นต้นแบบที่มหาวิหารทั่วยุโรปแห่ต่อกันสร้างตาม เขาจึงได้ชื่อว่าเป็นบิดาของสถาปัตยกรรมโกธิก แม้ตัวเขาไม่ได้เป็นช่างก่อสร้างเองก็ตาม

  • โบสถ์แอบบีย์แซ็งต์-เดอนี

วียาร์ เดอ ออนกูร์ (Villard de Honnecourt)

ทำงานราว ค.ศ. 1225–1250

เจ้าของสมุดสเก็ตช์ที่เผยวิธีคิดของช่างก่อสร้างยุคกลาง

ช่างและนักเดินทางชาวฝรั่งเศสผู้ทิ้งสมุดสเก็ตช์เล่มหนึ่งที่รอดมาถึงเรา เต็มไปด้วยภาพร่างมหาวิหาร กลไกเครื่องกล รูปคน และเรขาคณิตสำหรับออกแบบ สมุดเล่มนี้เป็นหน้าต่างหายากที่ให้เราเห็นว่าช่างยุคกลางเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้กันอย่างไร ก่อนยุคที่มีตำราหรือแบบพิมพ์เขียว จึงมีค่าต่อการเข้าใจงานออกแบบโกธิกอย่างยิ่ง

  • สมุดสเก็ตช์ยุคกลาง

เพเทอร์ พาร์เลอร์ (Peter Parler)

ค.ศ. 1333–1399

ปรมาจารย์ช่างผู้พัฒนาโกธิกให้พลิ้วไหวและซับซ้อนขึ้น

ปรมาจารย์ช่างก่อสร้างชาวเยอรมันผู้ดูแลงานมหาวิหารเซนต์ไวตัสและสะพานชาร์ลส์ในกรุงปราก เขาคิดค้นลวดลายหลังคาโค้งแบบตาข่ายที่พลิ้วไหวกว่าเดิม และนำภาพเหมือนบุคคลจริงมาประดับอาคารศักดิ์สิทธิ์เป็นครั้งแรก ตระกูลพาร์เลอร์กลายเป็นราชวงศ์ช่างที่ครองงานก่อสร้างยุโรปกลางหลายชั่วอายุคน และผลักดันโกธิกสู่ยุคปลายที่วิจิตรที่สุด

  • มหาวิหารเซนต์ไวตัส ปราก
  • สะพานชาร์ลส์

Notes

เกร็ดน่ารู้ของยุค

รู้หรือไม่?

กระจกสียุคกลางสีแดงและน้ำเงินเข้มบางบานทำจากการผสมทองคำและโคบอลต์ลงในเนื้อแก้ว จึงแพงมหาศาล และเป็นเหตุผลที่โบสถ์ใช้เวลาสร้างเป็นร้อยปี เพราะต้องรอทุนสร้างทีละส่วน

รู้หรือไม่?

คำว่า "โกธิก" เดิมเป็นคำด่า นักวิจารณ์ยุคเรอเนซองส์ใช้เรียกสไตล์นี้อย่างเหยียดว่าเป็นของ "พวกกอธ" คนป่าเถื่อน กว่าจะกลายเป็นคำชื่นชมก็อีกหลายร้อยปีต่อมา

รู้หรือไม่?

ห้องโถงใหญ่ในปราสาทยุคกลางแทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์ประจำที่ โต๊ะเป็นแผ่นไม้วางบนขาหยั่งที่รื้อเก็บได้ พอกินเลี้ยงเสร็จก็ยกออกเพื่อใช้พื้นที่นอนหรือจัดงานอื่น เป็นแนวคิดห้องอเนกประสงค์ตั้งแต่เจ็ดร้อยปีก่อน

Thailand

ร่องรอยในเมืองไทย

สถาปัตยกรรมโกธิกเดินทางมาถึงไทยพร้อมมิชชันนารีและช่างตะวันตกในสมัยรัตนโกสินทร์ โบสถ์คริสต์หลายแห่งสร้างแบบโกธิกแท้ ๆ ที่คนไทยคุ้นตาที่สุดคืออาสนวิหารอัสสัมชัญและโบสถ์ซางตาครู้สย่านกะดีจีน ที่มีซุ้มโค้งแหลม หน้าต่างกระจกสี และเพดานโค้งสูง ส่วนวัดพุทธก็รับอิทธิพลนี้แบบผสม เช่น วัดนิเวศธรรมประวัติที่บางปะอิน ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างเป็นทรงโกธิกทั้งหลังแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปข้างใน กลายเป็นภาพที่แปลกตาและงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย

คุยกับ LUNA
ผู้ช่วย DIY DESIGN