DIY DesignLINE @diydesign
กลับสู่เส้นเวลา

Era 02/14

กรีกและโรมันคลาสสิก (Classical Greece & Rome)

ราว 800 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 476

ภายในวิหารแพนธีออน กรุงโรม — โดมคอนกรีตช่องแสงเดียวที่ยังใหญ่ที่สุดในโลกมากว่า 1,900 ปี

ที่มา: Wikimedia Commons

Overview

ทำความรู้จักยุคนี้

ถ้าอียิปต์สอนโลกเรื่องความยิ่งใหญ่ กรีกและโรมันคือคนที่วางกฎเกณฑ์ความงามที่งานออกแบบตะวันตกยังใช้อยู่ ชาวกรีกหมกมุ่นกับสัดส่วนและความพอดี พวกเขาคิดค้นเสาสามแบบคือดอริก ไอออนิก และคอรินเธียน ที่กลายเป็นไวยากรณ์ของสถาปัตยกรรมไปอีกสองพันปี และวิหารพาร์เธนอนก็ถูกคำนวณสัดส่วนอย่างประณีตจนดูสมบูรณ์แบบด้วยตาเปล่า ต่อมาชาวโรมันผู้เก่งวิศวกรรมนำแนวคิดกรีกมาต่อยอดด้วยเทคโนโลยีสองอย่างที่พลิกโลก คือคอนกรีตและโครงสร้างโค้ง ทำให้สร้างโดมและห้องโถงกว้างไร้เสากลางได้เป็นครั้งแรก บ้านโรมันหรือโดมุสจึงมีลานกลางบ้านรับแสงและน้ำฝน มีสวนล้อมระเบียงเสา ผนังเขียนภาพลวงตาให้ห้องดูกว้าง พื้นปูโมเสกลวดลายวิจิตร และบางหลังถึงกับมีระบบทำความร้อนใต้พื้น นี่คือยุคแรกที่บ้านของคนธรรมดามีการออกแบบตกแต่งอย่างตั้งใจ ไม่ใช่แค่วังหรือวิหาร

องค์ประกอบที่เป็นลายเซ็น

  • เสาสามแบบ ดอริก ไอออนิก คอรินเธียน (the classical orders)
  • สัดส่วนและความสมมาตรตามหลักคณิตศาสตร์ (proportion)
  • หน้าจั่วสามเหลี่ยมและคานเหนือเสา (pediment & entablature)
  • จิตรกรรมฝาผนังลวงตาแบบปอมเปอี (fresco / trompe-l'oeil)
  • พื้นและผนังโมเสกหินสี (mosaic)
  • ลานกลางบ้านและสวนล้อมระเบียงเสา (atrium & peristyle)
  • เก้าอี้พนักโค้งคลิสมอส และเตียงนอนเอน (klismos & kline)
  • ลายใบอะแคนทัส ลายคดกริช และพวงมาลัย (acanthus & meander)

Architecture

สถาปัตยกรรมของยุค

วิหารพาร์เธนอน กรุงเอเธนส์447–432 ปีก่อนคริสตกาล · เอเธนส์ กรีซที่มา: Wikimedia Commons

วิหารพาร์เธนอน

447–432 ปีก่อนคริสตกาล

วิหารบูชาเทพีอาธีนาบนเนินอะโครโปลิส แบบฉบับของสถาปัตยกรรมกรีกดอริก ทุกเส้นถูกดัดให้โค้งเล็กน้อยเพื่อลวงตาให้ดูตรงและมีชีวิต เสาเอนเข้าเล็กน้อยและพื้นโค้งนูน คือความประณีตที่ทำให้มันดูสมบูรณ์แบบมากว่าสองพันปี

โคลอสเซียม กรุงโรมค.ศ. 70–80 · โรม อิตาลีที่มา: Wikimedia Commons

โคลอสเซียม

ค.ศ. 70–80

สนามกีฬากลางแจ้งจุคนห้าหมื่นของกรุงโรม ซ้อนเสาสามแบบทั้งดอริก ไอออนิก และคอรินเธียนไล่จากล่างขึ้นบน โครงสร้างโค้งคอนกรีตทำให้รองรับฝูงชนมหาศาลและระบายคนออกได้ในไม่กี่นาที ต้นแบบของสนามกีฬาทั่วโลกจนถึงวันนี้

Art

ศิลปะที่หล่อหลอมยุค

โมเสกอเล็กซานเดอร์ จากบ้านแห่งฟอน ปอมเปอีราว 100 ปีก่อนคริสตกาล · พิพิธภัณฑ์โบราณคดีเนเปิลส์ที่มา: Wikimedia Commons

โมเสกอเล็กซานเดอร์

ราว 100 ปีก่อนคริสตกาล

โมเสกพื้นจากบ้านแห่งฟอน เมืองปอมเปอี ปูด้วยหินสีจิ๋วนับล้านชิ้นเป็นภาพศึกระหว่างอเล็กซานเดอร์มหาราชกับกษัตริย์เปอร์เซีย ไล่แสงเงาและมุมมองสมจริงราวภาพวาด แสดงว่าโรมันยกงานตกแต่งพื้นให้กลายเป็นงานศิลปะชั้นสูง

Interiors

ห้องและบรรยากาศของยุค

ห้องในบ้านแห่งเวตตี ปอมเปอี — ผนังเขียนภาพคือวอลเปเปอร์ของยุคโรมันปอมเปอี อิตาลีที่มา: Wikimedia Commons
ห้องพิธีในวิลลาแห่งความลึกลับ ปอมเปอี — จิตรกรรมพื้นแดงชาดรอบห้องปอมเปอี อิตาลีที่มา: Wikimedia Commons
พื้นโมเสกบ้านแห่งเอฟีบ ปอมเปอี — งานปูพื้นระดับศิลปะปอมเปอี อิตาลีที่มา: Wikimedia Commons

Icons

ผลงานไอคอนิกประจำยุค

แจกันลายแดงสไตล์แอตติก

ราว 490–470 ปีก่อนคริสตกาล

แจกันดินเผาเขียนลายแดงบนพื้นดำโดยจิตรกรเบอร์ลิน ปรมาจารย์ผู้วางรูปคนเดี่ยวลอยเด่นบนผิวโค้ง เส้นสายมั่นใจและกายวิภาคแม่นยำ คือจุดสูงสุดของงานเซรามิกกรีก และเป็นของใช้ในบ้านที่กลายเป็นงานสะสมล้ำค่าของโลก

แจกันลายแดงของจิตรกรเบอร์ลินราว 490–470 ปีก่อนคริสตกาลที่มา: Wikimedia Commons

แผ่นศิลาจารึกเฮเกโซกับเก้าอี้คลิสมอส

ราว 410 ปีก่อนคริสตกาล

แผ่นหินอ่อนสลักภาพหญิงสาวนั่งบนเก้าอี้คลิสมอส เก้าอี้ขาโค้งสอบและพนังโค้งรับหลังที่ชาวกรีกออกแบบไว้ นั่งสบายจนดีไซเนอร์ยุคศตวรรษที่ 20 ยังหยิบมาทำใหม่ นี่คือบรรพบุรุษของเก้าอี้นั่งสบายทุกตัว

ศิลาจารึกเฮเกโซ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเอเธนส์ราว 410 ปีก่อนคริสตกาลที่มา: Wikimedia Commons

จิตรกรรมฝาผนังสไตล์ที่สอง วิลลาแห่งความลึกลับ

ราว 60 ปีก่อนคริสตกาล

ผนังพื้นแดงชาดเขียนภาพขบวนพิธีบูชาเทพไดโอไนซัสขนาดเท่าคนจริง หลอกตาให้ผนังทึบดูมีมิติลึก คือต้นแบบของการตกแต่งผนังทั้งห้องให้เป็นภาพเดียว แนวคิดที่งานตกแต่งภายในยังหยิบมาใช้จนถึงวันนี้

จิตรกรรมสไตล์ที่สอง วิลลาแห่งความลึกลับ ปอมเปอีราว 60 ปีก่อนคริสตกาลที่มา: Wikimedia Commons

Designers

นักออกแบบคนสำคัญ

อิกทินอส (Iktinos)

ทำงานราว 450–420 ปีก่อนคริสตกาล

สถาปนิกผู้คำนวณสัดส่วนพาร์เธนอนจนดูสมบูรณ์แบบด้วยตาเปล่า

สถาปนิกชาวกรีกผู้ออกแบบวิหารพาร์เธนอนร่วมกับคัลลิเครทีส เขาใส่การแก้ทัศนียภาพอันแยบยลลงในทุกเส้น ทั้งเสาที่เอนเข้าเล็กน้อย พื้นที่โค้งนูน และเสามุมที่หนากว่าปกติ เพื่อลวงตามนุษย์ให้เห็นอาคารตรงสมบูรณ์แบบ เขาพิสูจน์ว่าความงามที่แท้จริงเกิดจากการคำนวณ ไม่ใช่ความบังเอิญ และวางมาตรฐานสัดส่วนที่สถาปนิกยึดถือต่อมาอีกสองพันปี

  • วิหารพาร์เธนอน

วิทรูเวียส (Vitruvius)

ราว 80–15 ปีก่อนคริสตกาล

ผู้เขียนตำราสถาปัตยกรรมเล่มแรกของโลกที่ยังมีอิทธิพลถึงวันนี้

สถาปนิกและวิศวกรชาวโรมันผู้เขียน De Architectura ตำราสถาปัตยกรรมเล่มเดียวจากยุคโบราณที่รอดมาถึงเรา เขาสรุปว่างานออกแบบที่ดีต้องมีสามอย่างครบคือมั่นคง ใช้ได้จริง และงดงาม หลักคิดนี้กลายเป็นหัวใจของการออกแบบทุกแขนงจนถึงปัจจุบัน และภาพ Vitruvian Man ของดาวินชีก็วาดขึ้นจากทฤษฎีสัดส่วนร่างกายของเขานั่นเอง

  • ตำรา De Architectura

ฟีเดียส (Phidias)

ราว 480–430 ปีก่อนคริสตกาล

ประติมากรผู้กำกับงานประดับตกแต่งพาร์เธนอนทั้งหมด

ประติมากรผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของกรีกคลาสสิก ผู้ควบคุมงานประติมากรรมประดับวิหารพาร์เธนอนทั้งหมด ทั้งแถบสลักขบวนแห่และรูปสลักหน้าจั่ว เขาปั้นรูปเทพซุสที่โอลิมเปียซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ งานของเขากำหนดมาตรฐานว่าประติมากรรมประดับสถาปัตยกรรมควรกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับตัวอาคารอย่างไร

  • ประติมากรรมประดับพาร์เธนอน
  • รูปเทพซุสแห่งโอลิมเปีย

Notes

เกร็ดน่ารู้ของยุค

รู้หรือไม่?

พาร์เธนอนแทบไม่มีเส้นตรงจริงเลยสักเส้น ทุกเส้นถูกดัดให้โค้งเล็กน้อยเพื่อหลอกตามนุษย์ให้เห็นเป็นเส้นตรงสมบูรณ์แบบ ถ้าสร้างตรงจริง ๆ ตาเราจะเห็นมันแอ่นและคอด

รู้หรือไม่?

บ้านโรมันหลายหลังมีระบบทำความร้อนใต้พื้นเรียกว่าไฮโปคอสต์ เป่าลมร้อนจากเตาเข้าไปในช่องว่างใต้พื้นและในผนัง เป็นระบบทำความอบอุ่นที่ล้ำหน้ากว่ายุโรปยุคหลังจากนั้นเป็นพันปี

รู้หรือไม่?

วิหารกรีกและโรมันที่เราเห็นเป็นหินอ่อนขาวสะอาดนั้น จริง ๆ แล้วเดิมทาสีสดจัดจ้านทั้งแดง น้ำเงิน และทอง ภาพ "ความคลาสสิกสีขาว" เป็นความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นเพราะสีลอกหลุดไปตามกาลเวลา

Thailand

ร่องรอยในเมืองไทย

งานคลาสสิกกรีก-โรมันเข้ามาในไทยผ่านยุคอาณานิคมและการปฏิรูปสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อสยามรับสถาปัตยกรรมตะวันตกมาใช้กับอาคารราชการเพื่อประกาศความศิวิไลซ์ พระที่นั่งอนันตสมาคมคือตัวอย่างที่ชัดที่สุด ทั้งโดมแบบแพนธีออนและเสาคอรินเธียนหินอ่อน อาคารสำคัญอย่างหอสมุดและธนาคารเก่าย่านเยาวราชและบางรักก็นิยมหน้าจั่วสามเหลี่ยมและเสาแบบกรีก จนถึงวันนี้บ้านและโรงแรมสไตล์ที่คนไทยเรียกว่า "คลาสสิกยุโรป" ที่มีเสาโรมันและบัวปูนปั้น ก็ล้วนสืบสายมาจากไวยากรณ์การออกแบบที่กรีกและโรมันวางไว้เมื่อสองพันปีก่อนทั้งสิ้น

คุยกับ LUNA
ผู้ช่วย DIY DESIGN