DIY DesignLINE @diydesign
กลับสู่เส้นเวลา

Era 10/14

อาร์ตเดโค (Art Deco)

ทศวรรษ 1920–1930

ยอดตึกไครสเลอร์ — สัญลักษณ์สูงเสียดฟ้าของยุคเครื่องจักร

ที่มา: Wikimedia Commons

Overview

ทำความรู้จักยุคนี้

หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งจบลง โลกตะวันตกอยากลืมความเศร้าและฉลองชีวิตให้เต็มที่ ทศวรรษ 1920 จึงเป็นยุคของแจ๊ส รถยนต์ ไฟฟ้า โรงหนัง และเรือเดินสมุทรหรูข้ามมหาสมุทร ทุกอย่างวิ่งเร็วขึ้นและแวววาวขึ้น อาร์ตเดโคเกิดมาเพื่อฉลองความรู้สึกนี้โดยเฉพาะ ถ้าอาร์ตนูโวคือเส้นโค้งอ่อนช้อยของธรรมชาติ อาร์ตเดโคก็คือเส้นตรงเฉียบคมของเครื่องจักร ลายซิกแซก รูปพัด (sunburst) และขั้นบันไดสมมาตรถูกนำมาใช้กับทุกอย่างตั้งแต่ตึกระฟ้าไปจนถึงวิทยุตั้งโต๊ะ ยุคนี้หลงใหลวัสดุหรูอย่างโครเมียม แล็กเกอร์ งาช้าง และไม้มะเกลือ ผสมกับแรงบันดาลใจจากอียิปต์โบราณที่เพิ่งขุดพบสุสานตุตันคาเมนในปี 1922 อาร์ตเดโคคือสไตล์แรกของโลกที่ดังไปพร้อมกันทั่วทั้งโลกผ่านหนัง โฆษณา และห้างสรรพสินค้า ทำให้ "ความหรูหราแบบทันสมัย" กลายเป็นของที่คนชั้นกลางก็ใฝ่ฝันถึงได้เป็นครั้งแรก

องค์ประกอบที่เป็นลายเซ็น

  • ลายเรขาคณิต ซิกแซก และรูปพัดรัศมี (sunburst)
  • รูปทรงขั้นบันไดสมมาตร (stepped / ziggurat)
  • โครเมียม กระจกเงา และโลหะขัดเงา
  • วัสดุหรู แล็กเกอร์ ไม้มะเกลือ งาช้าง
  • แรงบันดาลใจจากอียิปต์ แอซเท็ก และแอฟริกา
  • เส้นบัวแนวนอนโค้งมนแบบ Streamline
  • ตัวอักษรทรงเหลี่ยมและป้ายนีออน
  • สีคู่ตัดกันจัด ดำ-ทอง เขียวหยก-เงิน

Architecture

สถาปัตยกรรมของยุค

ตึกอาร์ตเดโคย่าน Ocean Drive, ไมอามีบีชทศวรรษ 1930 · ฟลอริดา สหรัฐอเมริกาที่มา: Wikimedia Commons

ตึกริมหาด Ocean Drive, ไมอามีบีช

ทศวรรษ 1930

โรงแรมริมทะเลสีพาสเทลย่าน South Beach ที่รวมตึกอาร์ตเดโคไว้หนาแน่นที่สุดในโลก เส้นบัวแนวนอนสามเส้น หน้าต่างทรงกลมคล้ายช่องเรือ และป้ายไฟนีออนยามค่ำคืน คือลายเซ็นของสาย Streamline Moderne ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรือและรถไฟ

ประติมากรรมนูน Wisdom เหนือทางเข้า Rockefeller Center1933 · นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาที่มา: Wikimedia Commons

ประติมากรรมนูน Rockefeller Center

1933

เหนือประตูอาคาร RCA ในนิวยอร์กมีรูปสลักนูน "Wisdom" ของ Lee Lawrie ร่างชายทรงเรขาคณิตปิดทองกำลังชี้ลงมา อาร์ตเดโคชอบผสานประติมากรรมชิ้นใหญ่เข้ากับตัวตึก ทำให้ตึกระฟ้าไม่ได้เป็นแค่กล่องออฟฟิศ แต่เป็นงานศิลปะสาธารณะ

Art

ศิลปะที่หล่อหลอมยุค

ภาพวาดของ Tamara de Lempicka (1930)1930ที่มา: Wikimedia Commons

จิตรกรรมของ Tamara de Lempicka

1930

จิตรกรหญิงเชื้อสายโปแลนด์ผู้ได้ฉายา "ราชินีแห่งภาพวาดอาร์ตเดโค" ภาพคนของเธอมีผิวเรียบวาวคล้ายโลหะ เหลี่ยมมุมแบบคิวบิสม์ และท่าทางเย่อหยิ่งมั่นใจ สะท้อนความหรูหราและอิสระของผู้หญิงยุคแจ๊สได้อย่างไม่มีใครเหมือน

Interiors

ห้องและบรรยากาศของยุค

ล็อบบี้ตึกไครสเลอร์ หินอ่อนแดงและเพดานจิตรกรรมนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาที่มา: Wikimedia Commons
ประตูลิฟต์ล็อบบี้ตึกเอ็มไพร์สเตต ลายรัศมีแบบเดโคนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาที่มา: Wikimedia Commons
ล็อบบี้ Foshay Tower, มินนีแอโพลิสมินนิโซตา สหรัฐอเมริกาที่มา: Wikimedia Commons
ภายในเรือเดินสมุทร SS Normandie เรือเดโคที่หรูที่สุดในโลกที่มา: Wikimedia Commons

Icons

ผลงานไอคอนิกประจำยุค

ตู้มุมของ Émile-Jacques Ruhlmann

1923

ตู้เก็บของทรงมุมที่ Ruhlmann ทำจากไม้มะเกลือมาคาสซาร์ฝังงาช้างเป็นลายจุดและช่อดอกไม้เล็กจิ๋ว ประณีตจนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียวแพงเท่าบ้านทั้งหลัง เป็นตัวแทนของอาร์ตเดโคฝรั่งเศสสายหรูที่ยังทำด้วยมือช่างล้วน ๆ

ตู้มุมโดย Émile-Jacques Ruhlmann1923ที่มา: Wikimedia Commons

แจกันกระจกของ René Lalique

ทศวรรษ 1920

Lalique คิดค้นวิธีหล่อกระจกด้วยแม่พิมพ์ให้ได้ลายนูนคมชัดจำนวนมาก ทำให้แจกันและของประดับกระจกสวยราคาเอื้อมถึงได้ ลายสัตว์ ดอกไม้ และร่างผู้หญิงในกระจกฝ้าของเขากลายเป็นภาพจำของความหรูแบบเดโค

แจกัน Serpent โดย René Laliqueทศวรรษ 1920ที่มา: Wikimedia Commons

ชั้นหนังสือ Skyscraper ของ Paul Frankl

1926

ชั้นหนังสือที่ Paul Frankl ออกแบบให้ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ เหมือนตึกระฟ้านิวยอร์กที่ถอยร่นขึ้นไปตามกฎหมายอาคาร เป็นเฟอร์นิเจอร์ "สไตล์ตึกระฟ้า" ที่อเมริกาคิดขึ้นเอง สะท้อนความภูมิใจในเมืองสูงเสียดฟ้าของยุคนั้น

ชั้นหนังสือ Skyscraper โดย Paul Frankl1926ที่มา: Wikimedia Commons

Designers

นักออกแบบคนสำคัญ

Émile-Jacques Ruhlmann

1879–1933

นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่หรูที่สุดของยุคอาร์ตเดโค

นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ชาวฝรั่งเศสที่ได้ชื่อว่าหรูที่สุดของยุค ผลงานของเขาใช้ไม้มะเกลือมาคาสซาร์ฝังงาช้างเป็นเส้นบางเฉียบ ประณีตจนเฟอร์นิเจอร์หนึ่งชิ้นแพงเท่าบ้านทั้งหลัง รูห์ลมันน์เชื่อว่าของชั้นสูงต้องทำด้วยมือของช่างฝีมือที่ดีที่สุดเท่านั้น บูธของเขาในงานนิทรรศการปารีสปี 1925 ซึ่งเป็นต้นกำเนิดชื่อ "อาร์ตเดโค" ได้รับการยกย่องว่าหรูหราที่สุดในงาน และทำให้ดีไซน์ฝรั่งเศสกลายเป็นมาตรฐานความหรูของโลกไปอีกนาน

  • ตู้มุม Macassar
  • บูธ Hôtel du Collectionneur (1925)

René Lalique

1860–1945

ราชาแห่งกระจกผู้ทำให้ความหรูแบบเดโคผลิตได้จำนวนมาก

ช่างทองที่ผันตัวมาเป็นราชาแห่งกระจกของยุคอาร์ตเดโค ลาลิกคิดค้นวิธีหล่อกระจกจำนวนมากด้วยแม่พิมพ์ ทำให้แจกัน โคมไฟ และเครื่องประดับกระจกสวยงามมีราคาที่คนทั่วไปเอื้อมถึง เขาออกแบบทุกอย่างตั้งแต่ขวดน้ำหอมให้ Coty ไปจนถึงฝาครอบหม้อน้ำรถยนต์และผนังกระจกของเรือ Normandie ลายนูนของสัตว์ ดอกไม้ และร่างผู้หญิงในกระจกฝ้าของเขากลายเป็นภาพจำของความหรูแบบเดโคที่ยังผลิตขายในชื่อ Lalique จนถึงทุกวันนี้

  • แจกันกระจกหล่อลาย
  • งานตกแต่งเรือ SS Normandie

William Van Alen

1883–1954

สถาปนิกผู้ออกแบบตึกไครสเลอร์ ไอคอนของอาร์ตเดโค

สถาปนิกชาวอเมริกันผู้ออกแบบตึกไครสเลอร์ในนิวยอร์ก สัญลักษณ์สูงเสียดฟ้าของอาร์ตเดโค เขาแอบประกอบยอดโลหะสเตนเลสทรงพัดซ้อนกันไว้ในปล่องลิฟต์ แล้วยกขึ้นประกอบในเวลาไม่กี่นาที เพื่อชิงตำแหน่งตึกที่สูงที่สุดในโลกจากคู่แข่งแบบพลิกความคาดหมาย ยอดตึกที่วาววับด้วยเหล็กและหน้าต่างทรงสามเหลี่ยมของเขากลายเป็นภาพแทนของยุคเครื่องจักรที่คนทั้งโลกจำได้ แม้แวน อาเลนจะแทบไม่ได้งานใหญ่อีกเลยหลังจากนั้นเพราะทะเลาะเรื่องค่าออกแบบกับเจ้าของตึก

  • ตึกไครสเลอร์

Notes

เกร็ดน่ารู้ของยุค

รู้หรือไม่?

ชื่อ "Art Deco" เพิ่งถูกใช้จริงจังในทศวรรษ 1960 ย่อมาจากงานนิทรรศการ Exposition Internationale des Arts Décoratifs ที่ปารีสในปี 1925 คนในยุค 1920–30 ไม่ได้เรียกสไตล์ของตัวเองว่าอาร์ตเดโค

รู้หรือไม่?

การขุดพบสุสานตุตันคาเมนในปี 1922 จุดกระแส "อียิปต์ฟีเวอร์" ไปทั่วโลก ลายดอกบัว ปีกเหยี่ยว และขั้นบันไดพีระมิดจึงโผล่ไปอยู่บนทุกอย่างตั้งแต่โรงหนังยันตลับแป้ง

รู้หรือไม่?

ยอดแหลมสเตนเลสของตึกไครสเลอร์ถูกประกอบซ่อนไว้ในตึกแล้วยกขึ้นภายในเวลาราวเก้าสิบนาที เพื่อแอบทำลายสถิติตึกที่สูงที่สุดในโลก เอาชนะตึกคู่แข่งที่ 40 Wall Street แบบไม่ให้ตั้งตัว

Thailand

ร่องรอยในเมืองไทย

อาร์ตเดโคเข้ามาไทยช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 พอดี เป็นสไตล์ "สมัยใหม่" ที่รัฐบาลยุคนั้นชอบใช้กับอาคารสาธารณะเพื่อสื่อภาพความก้าวหน้า ตัวอย่างที่คนกรุงเทพฯ คุ้นตาที่สุดคือโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง (พ.ศ. 2476) ที่มีเส้นสายเรียบคมและลายเรขาคณิตแบบเดโคเต็มตัว ส่วนอาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก และตึกแถวเก่าย่านเจริญกรุงหลายหลัง ก็ยังโชว์เส้นบัวขั้นบันได รูปพัด และตัวอักษรทรงเหลี่ยมแบบเดโคให้เห็นอยู่จนทุกวันนี้

คุยกับ LUNA
ผู้ช่วย DIY DESIGN