DIY DesignLINE @diydesign
กลับสู่เส้นเวลา

Era 08/14

อาร์ตแอนด์คราฟต์ (Arts & Crafts)

ค.ศ. 1860–1910

Red House เมือง Bexleyheath — บ้านต้นกำเนิดของ Arts & Crafts

ที่มา: Wikimedia Commons

Overview

ทำความรู้จักยุคนี้

ท่ามกลางยุควิกตอเรียนที่บ้านอัดแน่นด้วยของโรงงานลายวิจิตร กลุ่มศิลปินและนักคิดนำโดย William Morris เริ่มตั้งคำถามว่า ของที่ผลิตด้วยเครื่องจักรจำนวนมากมันน่าเกลียดและไร้จิตวิญญาณ ทั้งยังทำให้คนงานกลายเป็นเพียงฟันเฟือง Arts & Crafts จึงเป็นขบวนการที่หันกลับไปเชิดชู ‘งานทำมือ’ แบบช่างฝีมือยุคกลาง ยึดหลักว่าของทุกชิ้นในบ้านต้องซื่อสัตย์ต่อวัสดุ เผยให้เห็นเนื้อไม้ รอยต่อ และฝีมือช่างอย่างตรงไปตรงมา ลวดลายได้แรงบันดาลใจจากพืชพรรณและธรรมชาติรอบตัว สีสันเป็นโทนดินและพืชอย่างเขียวมะกอกและน้ำเงินคราม Morris ถึงกับบอกว่า ‘อย่าเก็บอะไรไว้ในบ้าน นอกจากสิ่งที่คุณรู้ว่ามีประโยชน์ หรือเชื่อว่างดงาม’ น่าแปลกที่ของทำมือกลับแพงจนมีแต่คนรวยซื้อได้ แต่แนวคิดเรื่องความเรียบง่ายและซื่อสัตย์ต่อวัสดุนี้เอง ที่กลายเป็นสะพานสู่งานดีไซน์โมเดิร์นในเวลาต่อมา

องค์ประกอบที่เป็นลายเซ็น

  • งานทำมือของช่างฝีมือ (handcraft) ตรงข้ามกับงานโรงงาน
  • ซื่อสัตย์ต่อวัสดุ เผยเนื้อไม้และรอยต่อ (exposed joinery)
  • ลวดลายพืชพรรณธรรมชาติ (ดอกไม้ ใบไม้ นก)
  • ไม้โอ๊กสีธรรมชาติเข้าลิ่มเดือย (quarter-sawn oak)
  • โทนสีดินและพืช: เขียวมะกอก น้ำเงินคราม แดงดินเผา
  • วอลเปเปอร์และผ้าพิมพ์ลายด้วยบล็อกไม้ (block-printed)
  • เก้าอี้เบาะฟางสาน (rush-seat) และเฟอร์นิเจอร์เรียบแข็งแรง
  • กระเบื้องเคลือบและงานโลหะทำมือ (handmade tiles & metalwork)

Architecture

สถาปัตยกรรมของยุค

Standen House เวสต์ซัสเซกซ์ (1894)1894 · เวสต์ซัสเซกซ์ อังกฤษที่มา: Wikimedia Commons

Standen House

1894

บ้านชนบทที่ฟิลิป เว็บบ์ออกแบบให้ครอบครัวทนายความ ผสมหิน อิฐ และกระเบื้องแขวนของท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เสแสร้งเลียนแบบวังหรือปราสาท ภายในตกแต่งด้วยผ้าและวอลเปเปอร์ Morris & Co ทั้งหลัง Standen คือภาพฝันของบ้าน Arts & Crafts ที่กลมกลืนกับผืนดินรอบตัว

Blackwell บ้าน Arts & Crafts ริมทะเลสาบ Windermere (1900)1900 · เลกดิสตริกต์ อังกฤษที่มา: Wikimedia Commons

Blackwell บ้าน Arts & Crafts

1900

บ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบ Windermere ออกแบบโดย Baillie Scott ผนังฉาบปูนหยาบสีขาว หน้าต่างช่องแคบเรียงถี่ และปล่องไฟสูง ดูเรียบง่ายแต่อบอุ่น ภายในเน้นงานไม้เปลือยและมุมเตาผิง (inglenook) เป็นหนึ่งในบ้าน Arts & Crafts ที่สมบูรณ์ที่สุดที่ยังเปิดให้ชมจนถึงทุกวันนี้

Art

ศิลปะที่หล่อหลอมยุค

Strawberry Thief (1883) โดย William Morris1883ที่มา: Wikimedia Commons

Strawberry Thief โดย William Morris

1883

ลายผ้า Strawberry Thief ของ William Morris ภาพนกปรอดขโมยสตรอว์เบอร์รีท่ามกลางใบไม้ม้วนไหว ได้แรงบันดาลใจจากฝูงนกจริงในสวนบ้าน Kelmscott ของเขา Morris ใช้เทคนิคย้อมครามแบบโบราณที่ยุ่งยากเพื่อให้ได้สีน้ำเงินนุ่มลึก จนกลายเป็นลายผ้าที่โด่งดังและถูกพิมพ์ขายมากที่สุดของเขา

Interiors

ห้องและบรรยากาศของยุค

Morris Room ที่พิพิธภัณฑ์ V&A กรุงลอนดอนลอนดอน อังกฤษที่มา: Wikimedia Commons
โถงกลางบ้าน Blackwell — งานไม้ Arts & Crafts เต็มรูปแบบเลกดิสตริกต์ อังกฤษที่มา: Wikimedia Commons
ภายใน Kelmscott Manor บ้านของ William Morrisออกซ์ฟอร์ดเชียร์ อังกฤษที่มา: Wikimedia Commons
ภายใน Gamble House เมือง Pasadena — Arts & Crafts ฉบับอเมริกันแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาที่มา: Wikimedia Commons

Icons

ผลงานไอคอนิกประจำยุค

เก้าอี้ Sussex โดย Morris & Co

ราว 1865

เก้าอี้ Sussex ของ Morris & Co ทำจากไม้เบิร์ชย้อมดำพร้อมเบาะฟางสาน เรียบง่าย เบา และราคาไม่แพง ได้แรงบันดาลใจจากเก้าอี้ชาวบ้านอังกฤษดั้งเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม่กี่ชิ้นของ Morris ที่คนทั่วไปพอซื้อได้จริง และกลายเป็นสัญลักษณ์ของความงามแบบเรียบง่ายที่ซื่อสัตย์

เก้าอี้ Sussex โดย Morris & Co (ราว 1865)ราว 1865ที่มา: Wikimedia Commons

กระเบื้องลายเป็ดโดย William De Morgan

ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19

กระเบื้องเคลือบมันวาว (lustre) เขียนลายเป็ดด้วยมือโดยวิลเลียม เดอ มอร์แกน เพื่อนสนิทของ Morris เขาฟื้นเทคนิคเคลือบมันวาวแบบโบราณที่เกือบสูญหาย งานกระเบื้องลายสัตว์และพืชของเขาประดับเตาผิงและผนังบ้าน Arts & Crafts ทั่วอังกฤษ เป็นตัวอย่างของการยกงานหัตถกรรมให้เป็นศิลปะ

กระเบื้องลายเป็ดโดย William De Morganปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19ที่มา: Wikimedia Commons

หีบผ้าไม้โอ๊ก โดย Gustav Stickley

ราว 1903

หีบใส่ผ้าไม้โอ๊กของกุสตาฟ สติกลีย์ เผยลายไม้และเดือยไม้อย่างตรงไปตรงมา ประกอบกับบานพับเหล็กตีมือ ไม่มีการแกะสลักฟุ่มเฟือย ความงามมาจากสัดส่วนและวัสดุล้วน ๆ นี่คือ Arts & Crafts ฉบับอเมริกันที่สติกลีย์เรียกว่าสไตล์ Craftsman

หีบผ้าไม้โอ๊ก โดย Gustav Stickley (ราว 1903)ราว 1903ที่มา: Wikimedia Commons

Designers

นักออกแบบคนสำคัญ

William Morris

1834–1896

หัวใจของขบวนการ Arts & Crafts ผู้เชื่อว่าศิลปะที่ดีต้องอยู่ในของใช้ประจำวัน

จิตรกร กวี นักออกแบบ และนักสังคมนิยมชาวอังกฤษ ผู้เป็นหัวใจของขบวนการ Arts & Crafts มอร์ริสเกลียดของโรงงานที่น่าเกลียดจนลงมือตั้งบริษัท Morris & Co ผลิตวอลเปเปอร์ ผ้า พรม และกระจกสีด้วยมือทั้งหมด ลายพืชพรรณอย่าง Strawberry Thief ของเขายังถูกพิมพ์ขายจนถึงทุกวันนี้ เขาเชื่อว่าศิลปะที่ดีต้องอยู่ในของใช้ประจำวันของคนทุกคน ไม่ใช่แค่ในพิพิธภัณฑ์

  • ลายผ้า Strawberry Thief
  • วอลเปเปอร์ลาย Trellis

Philip Webb

1831–1915

สถาปนิกผู้ออกแบบ Red House และวางแนวคิด ‘บ้านที่ซื่อสัตย์ต่อวัสดุ’

สถาปนิกชาวอังกฤษผู้เป็นเพื่อนสนิทและมือขวาของ William Morris เว็บบ์ออกแบบ Red House บ้านอิฐแดงเปลือยของมอร์ริส ที่ปฏิเสธการฉาบปูนปิดหน้าตาวัสดุตามแฟชั่นยุคนั้น เขาเชื่อในการใช้วัสดุท้องถิ่นอย่างซื่อตรง ให้อิฐ ไม้ และกระเบื้องเผยธรรมชาติของตัวเอง แนวคิด ‘บ้านที่ซื่อสัตย์’ นี้กลายเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมบ้านสมัยใหม่ในเวลาต่อมา

  • Red House
  • Standen House

Gustav Stickley

1858–1942

ผู้นำแนวคิด Arts & Crafts ข้ามมหาสมุทรมาเป็นสไตล์ Craftsman แบบอเมริกัน

นักออกแบบและผู้ผลิตชาวอเมริกันที่นำแนวคิด Arts & Crafts ข้ามมหาสมุทรมาสู่สหรัฐฯ ในชื่อสไตล์ ‘Craftsman’ หรือ ‘Mission’ เฟอร์นิเจอร์ไม้โอ๊กของเขาเน้นเส้นตรง แข็งแรง เผยเดือยไม้และหนังแท้อย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการแกะสลักฟุ่มเฟือย เขายังออกนิตยสาร The Craftsman เผยแพร่แบบบ้านและปรัชญาการใช้ชีวิตเรียบง่าย จนกลายเป็นภาพจำของบ้านอเมริกันต้นศตวรรษที่ 20

  • เฟอร์นิเจอร์ไม้โอ๊ก Mission
  • นิตยสาร The Craftsman

Notes

เกร็ดน่ารู้ของยุค

รู้หรือไม่?

ลายผ้า Strawberry Thief ของ Morris ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริง เขาหงุดหงิดที่ฝูงนกปรอดชอบมาขโมยสตรอว์เบอร์รีในสวนที่บ้าน Kelmscott จนเอามาวาดเป็นลายผ้าที่โด่งดังที่สุดของเขา

รู้หรือไม่?

Red House ของ Morris ได้ชื่อจากอิฐแดงเปลือยที่ไม่ฉาบปูน ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมากในสมัยนั้น เพราะบ้านผู้ดีนิยมฉาบปูนขาวให้ดูเรียบหรู การโชว์อิฐจึงเหมือนการประกาศจุดยืน

รู้หรือไม่?

แม้ Morris จะฝันอยากให้ ‘ศิลปะเป็นของคนทุกคน’ แต่งานทำมือของเขากลับแพงจนมีแต่เศรษฐีซื้อได้ เป็นความย้อนแย้งที่เจ้าตัวรู้ดีและหงุดหงิดกับมันมาตลอดชีวิต

Thailand

ร่องรอยในเมืองไทย

แม้ Arts & Crafts จะเป็นขบวนการของอังกฤษ แต่หัวใจของมัน — การเชิดชูงานทำมือและความซื่อสัตย์ต่อวัสดุ — คือสิ่งที่งานช่างไทยยึดถือมานาน เรือนไทยไม้สักที่เข้าเดือยไม้แทนการใช้ตะปู เผยลายไม้และโครงสร้างอย่างตรงไปตรงมา ก็เดินอยู่บนหลักคิดเดียวกันกับที่ Morris พยายามปลุกให้ตะวันตกหันกลับมามอง ในยุคหลังแนวคิดนี้ยังสะท้อนในงานฟื้นฟูหัตถกรรมไทย ทั้งเครื่องเงิน เครื่องเขิน ผ้าทอมือ และงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ที่ยืนยันว่าของทำมือมีคุณค่าและจิตวิญญาณที่เครื่องจักรลอกเลียนไม่ได้ ทุกวันนี้กระแสคาเฟ่และบ้านสไตล์ ‘คราฟต์’ ที่โชว์เนื้อไม้และปูนเปลือยในไทย ก็คือลูกหลานสายตรงของความคิดชุดนี้

คุยกับ LUNA
ผู้ช่วย DIY DESIGN