DIY DesignLINE @diydesign
กลับสู่เส้นเวลา

Era 09/14

อาร์ตนูโว (Art Nouveau)

ค.ศ. 1890–1910

บันไดในบ้านของ Victor Horta — หัวใจของอาร์ตนูโวคือเส้นโค้งที่เคลื่อนไหวราวมีชีวิต

ที่มา: Wikimedia Commons

Overview

ทำความรู้จักยุคนี้

ปลายศตวรรษที่ 19 เมืองใหญ่ในยุโรปเต็มไปด้วยของที่ผลิตจากโรงงานหน้าตาเหมือนกันไปหมด นักออกแบบรุ่นใหม่รู้สึกว่าโลกกำลังกลายเป็นเครื่องจักรที่ไร้ชีวิต จึงลุกขึ้นมาถามว่า ทำไมข้าวของรอบตัวถึงสวยแบบมีชีวิตไม่ได้ คำตอบของพวกเขาคืออาร์ตนูโว สไตล์ที่หยิบเส้นโค้งของก้านดอกไม้ เถาวัลย์ ปีกแมลง และเส้นผมผู้หญิงมาสะบัดเป็นลวดลายไหลลื่นไปทั่วทั้งบ้าน เหล็กดัดและกระจกที่เพิ่งผลิตได้ในราคาถูกกลายเป็นวัสดุคู่ใจ เพราะดัดโค้งได้ดั่งใจ ราวบันได โคมไฟ กรอบประตู ไปจนถึงลูกบิด ถูกออกแบบให้เข้าชุดกันทั้งหลังภายใต้แนวคิด "งานศิลปะทั้งหลัง" (Gesamtkunstwerk) ที่ไม่แยกสถาปนิกออกจากช่างเฟอร์นิเจอร์ อาร์ตนูโวรุ่งเรืองอยู่เพียงยี่สิบปี แต่มันเปลี่ยนความคิดของคนไปตลอดกาลว่า บ้านหนึ่งหลังก็เป็นงานศิลปะที่มีลมหายใจได้ ไม่ใช่แค่กล่องสี่เหลี่ยมสำหรับอยู่อาศัย

องค์ประกอบที่เป็นลายเซ็น

  • เส้นโค้งแส้สะบัด (whiplash line)
  • ลวดลายพืช เถาวัลย์ ดอกไม้ และก้านบิด
  • เหล็กดัดเปลือยโครงโชว์เส้นสาย
  • กระจกสีลายธรรมชาติ (stained glass)
  • โมเสกกระเบื้องแตก (trencadís)
  • ภาพผู้หญิงผมสยาย (femme-fleur)
  • ราวบันได โคมไฟ ลูกบิด ออกแบบเข้าชุดกันทั้งหลัง
  • สีโทนธรรมชาติ เขียวมอส น้ำตาลทอง ครีมงาช้าง

Architecture

สถาปัตยกรรมของยุค

ทางเข้าเมโทร Porte Dauphine กรุงปารีส1900 · ปารีส ฝรั่งเศสที่มา: Wikimedia Commons

ทางเข้ารถไฟใต้ดินปารีส (Métro Guimard)

1900

Hector Guimard ออกแบบซุ้มทางเข้ารถไฟใต้ดินปารีสจากเหล็กหล่อดัดโค้งคล้ายก้านพืชงอกขึ้นจากพื้น พร้อมโคมไฟทรงดอกไม้สีเขียวมอส เป็นการหล่อจำนวนมากให้เมืองทั้งเมือง ทำให้ผู้โดยสารนับล้านได้เดินผ่านงานศิลปะทุกวันโดยไม่รู้ตัว

Casa Batlló, บาร์เซโลนา1906 · บาร์เซโลนา สเปนที่มา: Wikimedia Commons

Casa Batlló

1906

บ้านที่ Antoni Gaudí รีโนเวทใหม่ในบาร์เซโลนา จนหน้าตึกโค้งเป็นคลื่นคล้ายกระดูกและผิวทะเล ไร้เส้นตรงสักเส้น ประดับด้วยกระเบื้องแตกหลากสี (trencadís) ที่วิบวับเมื่อต้องแดด ชาวเมืองเรียกกันติดปากว่าบ้านกระดูกและบ้านมังกร

Art

ศิลปะที่หล่อหลอมยุค

โปสเตอร์ Gismonda (1894) โดย Alphonse Mucha1894ที่มา: Wikimedia Commons

โปสเตอร์ Gismonda โดย Alphonse Mucha

1894

โปสเตอร์ละครที่ Mucha ออกแบบให้ดารา Sarah Bernhardt ในคืนคริสต์มาส แล้วดังข้ามคืน ทรงสูงเรียวผิดจากโปสเตอร์ทั่วไป ภาพผู้หญิงล้อมด้วยดอกไม้และวงกลมคล้ายรัศมี กลายเป็นภาพจำของยุคจนคนเรียกว่า "le style Mucha"

Interiors

ห้องและบรรยากาศของยุค

บันได Hôtel Tassel — อาคารอาร์ตนูโวหลังแรกของโลกบรัสเซลส์ เบลเยียมที่มา: Wikimedia Commons
โถงชั้นล่าง Hôtel Tassel ที่ Horta กล้าเปลือยโครงเหล็กให้เป็นของประดับบรัสเซลส์ เบลเยียมที่มา: Wikimedia Commons
ภายใน Casa Batlló — ไม่มีเส้นตรงแม้แต่ในกรอบประตูบาร์เซโลนา สเปนที่มา: Wikimedia Commons

Icons

ผลงานไอคอนิกประจำยุค

โคมไฟ Wisteria ของ Tiffany

1901

โคมไฟตั้งโต๊ะของ Louis Comfort Tiffany ที่ประกอบจากกระจกสีชิ้นเล็กนับพันเป็นช่อดอกวิสทีเรียห้อยลงมา ทีมออกแบบนำโดย Clara Driscoll ผู้หญิงที่ประวัติศาสตร์เพิ่งจะให้เครดิต โคมแบบนี้ทำให้แสงไฟฟ้ากลายเป็นงานศิลปะประจำบ้าน

โคมไฟ Wisteria โดย Tiffany Studios1901ที่มา: Wikimedia Commons

เก้าอี้ Casa Calvet

1900

เก้าอี้ไม้โอ๊กที่ Gaudí แกะให้ทุกส่วนโค้งรับสรีระคน พนักและขาบิดเป็นเส้นคล้ายกระดูกและกล้ามเนื้อ นั่งสบายอย่างน่าประหลาดทั้งที่หน้าตาเหมือนประติมากรรม เป็นตัวอย่างว่าอาร์ตนูโวเอาจริงกับเรื่องความสวยลงถึงเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น

เก้าอี้ Casa Calvet โดย Antoni Gaudí1900ที่มา: Wikimedia Commons

แจกันกระจกคาเมโอของ Émile Gallé

1900

แจกันจากเมือง Nancy ที่ Gallé ทำด้วยเทคนิคซ้อนกระจกหลายชั้นแล้วกัดกรดให้ลายดอกไม้นูนขึ้นมาราวภาพวาด แต่ละใบเหมือนหยิบสวนหนึ่งมุมมาแช่แข็งไว้ในกระจก งานของเขาทำให้เมือง Nancy กลายเป็นเมืองหลวงอาร์ตนูโวของฝรั่งเศส

แจกันกระจกคาเมโอลายเคลมาทิส โดย Émile Gallé1900ที่มา: Wikimedia Commons

Designers

นักออกแบบคนสำคัญ

Victor Horta

1861–1947

สถาปนิกเบลเยียมผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาของอาร์ตนูโว

สถาปนิกชาวเบลเยียมผู้จุดประกายอาร์ตนูโวด้วยบ้าน Hôtel Tassel ในบรัสเซลส์เมื่อปี 1893 อาคารแรกที่กล้าเปลือยโครงเหล็กให้เห็นเป็นเถาวัลย์บิดพลิ้วกลางบ้าน แทนที่จะซ่อนไว้อย่างที่เคยทำกันมา ฮอร์ตาออกแบบทุกอย่างเองตั้งแต่บันได กระเบื้อง ไปจนถึงลูกบิดประตู ให้ไหลต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียว บ้านสี่หลังของเขาในบรัสเซลส์ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และยังเป็นตำราให้นักออกแบบทั่วโลกศึกษาจนถึงวันนี้

  • Hôtel Tassel
  • Hôtel Solvay

Alphonse Mucha

1860–1939

จิตรกรผู้ทำให้อาร์ตนูโวกลายเป็นศิลปะที่คนทั้งเมืองจับต้องได้

จิตรกรชาวเช็กที่บังเอิญได้ออกแบบโปสเตอร์ละครให้ดารา Sarah Bernhardt ในคืนคริสต์มาสปี 1894 แล้วดังข้ามคืน ลายเส้นผู้หญิงผมสยายล้อมด้วยดอกไม้และวงกลมคล้ายรัศมีของเขากลายเป็นภาพจำของทั้งยุค มูคาเชื่อว่าศิลปะควรอยู่บนกำแพงถนนให้คนธรรมดาเห็น ไม่ใช่แขวนอยู่แต่ในพิพิธภัณฑ์ เขาจึงออกแบบทั้งโปสเตอร์ ปฏิทิน กล่องบิสกิต และเครื่องประดับ ทำให้อาร์ตนูโวกลายเป็นศิลปะที่คนทั้งเมืองจับต้องได้

  • โปสเตอร์ Gismonda
  • ชุดภาพ The Seasons

Antoni Gaudí

1852–1926

สถาปนิกผู้มองว่าธรรมชาติคือครูที่ดีที่สุด เพราะไม่มีเส้นตรง

สถาปนิกชาวคาตาลันผู้เชื่อว่า "ในธรรมชาติไม่มีเส้นตรง" ผลงานของเขาในบาร์เซโลนาทั้ง Casa Batlló, Casa Milà และมหาวิหาร Sagrada Família เต็มไปด้วยเส้นโค้งคล้ายกระดูก คลื่นทะเล และเกล็ดมังกร ตกแต่งด้วยเทคนิคปะกระเบื้องแตก (trencadís) ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำเมือง เกาดีทุ่มเทให้ Sagrada Família นานกว่าสี่สิบปีจนวันที่เขาเสียชีวิต และงานของเขาเจ็ดชิ้นได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

  • Casa Batlló
  • Sagrada Família

Notes

เกร็ดน่ารู้ของยุค

รู้หรือไม่?

คำว่า "Art Nouveau" มาจากชื่อร้านขายของตกแต่งในปารีสชื่อ Maison de l'Art Nouveau ที่เปิดในปี 1895 สไตล์นี้ถูกตั้งชื่อตามหน้าร้าน ไม่ใช่ตามสำนักศิลปะ

รู้หรือไม่?

ในเยอรมนีและออสเตรียเรียกอาร์ตนูโวว่า Jugendstil (สไตล์วัยหนุ่มสาว) ตามชื่อนิตยสาร Jugend ส่วนในอิตาลีเรียก Stile Liberty ตามชื่อห้าง Liberty ในลอนดอน ยุคเดียวกันแต่มีชื่อต่างกันไปในแต่ละประเทศ

รู้หรือไม่?

หลอดไฟฟ้าที่เพิ่งแพร่หลายคือพระเอกลับของยุค เพราะเป็นครั้งแรกที่โคมไฟไม่ต้องมีปล่องระบายควันเหมือนตะเกียงน้ำมัน นักออกแบบจึงดัดโครงโคมเป็นดอกไม้และแมลงได้อย่างอิสระเต็มที่

Thailand

ร่องรอยในเมืองไทย

อาร์ตนูโวเดินทางเข้าสยามช่วงปลายรัชกาลที่ 5 พร้อมกับสถาปนิกและช่างชาวยุโรปที่เข้ามารับราชการ ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือพระรามราชนิเวศน์ หรือ "วังบ้านปืน" ที่เพชรบุรี ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน Karl Döhring ในสไตล์ Jugendstil (อาร์ตนูโวแบบเยอรมัน) เต็มไปด้วยกระจกสีลายดอกไม้และเส้นโค้งอ่อนช้อย ส่วนตามตึกแถวชิโน-โปรตุกีสเก่าในย่านเมืองเก่าภูเก็ต ก็ยังพบเหล็กดัดลายเถาวัลย์และช่องแสงกระจกสีที่เป็นกลิ่นอายอาร์ตนูโวหลงเหลือให้เดินดูได้จนทุกวันนี้

คุยกับ LUNA
ผู้ช่วย DIY DESIGN