DIY DesignLINE @diydesign
ห้องนอนขนาดเล็กที่ใช้ตู้บิลท์อินและกระจก ทำให้ดูกว้างและเป็นระเบียบ

Technique · เทคนิคมือใหม่

จัดห้องเล็กให้น่าอยู่ — 7 เทคนิคที่ดีไซเนอร์ใช้จริง

แบด·Interior Architect·ประสบการณ์ 17 ปี

ห้องเล็กแล้วรู้สึกอึดอัด ของเยอะจนไม่รู้จะเก็บตรงไหน อยากได้ห้องแบบในรูป แต่พื้นที่มีแค่นี้ — เชื่อไหมครับว่าปัญหาเหล่านี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากขนาดห้อง แต่เกิดจากวิธีจัด

ในงานออกแบบจริง ผมทำห้องขนาด 20 กว่าตารางเมตรให้รู้สึกโปร่งสบายมาแล้วนับไม่ถ้วน และทุกครั้งใช้หลักการชุดเดียวกัน — 7 ข้อข้างล่างนี้ครับ ทำตามได้เลยโดยไม่ต้องทุบผนัง ไม่ต้องจ้างใคร

1. วัดห้องก่อน แล้วคุมสเกลเฟอร์นิเจอร์ให้อยู่

ศัตรูตัวร้ายที่สุดของห้องเล็กคือเฟอร์นิเจอร์ที่ใหญ่เกินห้องโซฟาตัวโปรดที่ดูกำลังดีในโชว์รูมกว้างๆ พอเข้ามาอยู่ในห้องจริงอาจกินพื้นที่ไปครึ่งห้อง

  • วัดห้องจริงทุกด้าน แล้วจดขนาดติดมือถือไว้เลย ไปร้านเมื่อไหร่หยิบมาดูได้
  • ก่อนซื้อชิ้นใหญ่ ใช้กระดาษกาวย่นแปะพื้นเป็นกรอบขนาดจริง แล้วลองใช้ชีวิตรอบมันดูสักวัน
  • เว้นทางเดินหลักอย่างน้อย 80 เซนติเมตรเสมอ — ห้องที่เดินสะดวกจะรู้สึกกว้างกว่าขนาดจริง

ขั้นตอนวัดห้องและวางแปลนแบบละเอียด ผมเขียนไว้ในขั้นที่ 3 ของ คู่มือเริ่มออกแบบภายในด้วยตัวเอง ครับ

2. เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ทำงานได้มากกว่าหนึ่งอย่าง

ในห้องเล็ก เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นต้องคุ้มพื้นที่ที่มันกิน — เตียงที่มีลิ้นชักเก็บของข้างใต้ โต๊ะทำงานที่พับเก็บได้ เก้าอี้สตูลที่เปิดฝาเก็บของได้ หรือโต๊ะกลางที่ยกระดับเป็นโต๊ะกินข้าว

อีกเคล็ดลับคือเลือกเฟอร์นิเจอร์ขาลอย — โซฟาหรือตู้ที่มีขาสูงให้เห็นพื้นลอดข้างใต้ จะทำให้ห้องดูเบากว่าเฟอร์นิเจอร์แบบทึบติดพื้นอย่างเห็นได้ชัดครับ ตาเรามองเห็นพื้นต่อเนื่อง สมองก็ตีความว่าห้องกว้าง

3. ใช้โทนสว่างต่อเนื่อง ให้ตาไม่สะดุด

สีอ่อนสะท้อนแสงมากกว่าสีเข้ม ห้องจึงดูสว่างและโปร่งขึ้น — อันนี้หลายคนรู้อยู่แล้ว แต่จุดที่มือใหม่มักพลาดคือความต่อเนื่อง: ผนังสีหนึ่ง ตู้อีกสีหนึ่ง ม่านอีกสีหนึ่ง พอสีตัดกันไปมา ตาจะสะดุดเป็นช่วงๆ แล้วห้องจะดูแคบลง

ทางแก้คือคุมให้ผนัง ม่าน และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ อยู่ในโทนใกล้เคียงกันทั้งหมด แล้วไปเล่นสีสนุกๆ กับของชิ้นเล็กแทน วิธีจับคู่โทนแบบเป็นระบบ อ่านต่อได้ที่ เลือกโทนสีบ้านยังไงให้ไม่พลาด ครับ

4. ยืมแสงและกระจกมาขยายห้อง

แสงธรรมชาติคือของขวัญที่ฟรีที่สุดของห้องเล็ก อย่าเอาม่านทึบหนาๆ ไปปิดมันครับ ใช้ม่านโปร่งแสงสีอ่อน แล้วปล่อยให้แสงเข้าเต็มที่

ส่วนกระจกคือเครื่องมือคูณสองของนักออกแบบ — กระจกบานใหญ่ที่วางตำแหน่งสะท้อนหน้าต่างจะเหมือนเพิ่มหน้าต่างให้ห้องอีกบาน ทั้งแสงและความลึก ตู้เสื้อผ้าบานกระจกในห้องนอนเล็กก็ให้ผลแบบเดียวกัน ได้ทั้งที่เก็บของและความรู้สึกกว้างในชิ้นเดียว

5. เก็บของขึ้นแนวตั้ง ปล่อยพื้นให้ว่าง

พื้นที่ที่ห้องเล็กมีเหลือเฟือแต่คนมักลืมใช้ คือผนังด้านบนชั้นลอยเหนือโต๊ะทำงาน ตู้สูงจรดฝ้า หรือชั้นแขวนเหนือประตู — ยิ่งย้ายของขึ้นข้างบนได้มาก พื้นก็ยิ่งว่าง และพื้นที่ว่างบนพื้นนี่แหละครับที่ทำให้ห้อง “รู้สึก” กว้าง

ถ้ามีงบพอ ตู้บิลท์อินสูงจรดฝ้าสีเดียวกับผนังคือคำตอบที่ดีที่สุดของห้องเล็ก เพราะกลืนเป็นเนื้อเดียวกับห้อง เก็บของได้มหาศาลโดยที่ตาแทบไม่เห็นว่ามีตู้อยู่

6. ความว่างคือของตกแต่ง

ข้อนี้ฝืนความรู้สึกที่สุด แต่สำคัญที่สุดครับ — มือใหม่มักอยากเติมของให้เต็มทุกมุม แต่ห้องเล็กที่ดูดีต้องมีพื้นที่หายใจมุมว่างๆ สักมุม ผนังโล่งๆ สักด้าน ไม่ใช่พื้นที่เสียเปล่า มันคือสิ่งที่ทำให้ของชิ้นอื่นดูดีขึ้น

กติกาง่ายๆ ที่ผมใช้: ก่อนซื้อของแต่งบ้านชิ้นใหม่ ถามตัวเองว่าจะเอาชิ้นไหนออก ถ้าตอบไม่ได้ ยังไม่ต้องซื้อครับ

7. สร้างจุดเด่นเดียว ให้สายตามีที่พัก

ทุกห้องควรมีพระเอกหนึ่งจุด — ผนังศิลปะหนึ่งด้าน โคมไฟสวยหนึ่งดวง หรือเฟอร์นิเจอร์สีเน้นหนึ่งชิ้น เมื่อสายตามีที่ไป ความรู้สึกของห้องจะเป็นระเบียบขึ้นทันทีแม้ของเท่าเดิม แต่ต้องเลือกจุดเดียวนะครับ พระเอกสามคนในห้องเดียวคือความวุ่นวายดีๆ นี่เอง

สรุป — ห้องเล็กที่ดี เริ่มจากแผนที่ดี

เทคนิคทั้ง 7 ข้อนี้ไม่ต้องใช้เงินเยอะ ไม่ต้องทุบอะไรเลย ใช้แค่การวางแผนก่อนลงมือ — วัดห้อง คุมสเกล คุมโทน ใช้แสงกับแนวตั้งให้เป็น แล้วกล้าปล่อยที่ว่างไว้บ้าง แค่นี้ห้องเล็กของคุณก็เปลี่ยนไปคนละเรื่องแล้วครับ

และถ้าอยากไปให้สุดทาง — ออกแบบห้องของตัวเองได้ทั้งระบบ ตั้งแต่แปลนจนถึงภาพ 3D ก่อนซื้อของจริง ผมสอนทุกขั้นตอนแบบจับมือทำในคอร์ส DIY Interior Design ครับ มือใหม่เริ่มจากศูนย์ก็เรียนได้

ดูบทความทั้งหมด

สอบถามทาง LINE